ลุงขับกระบะฝ่าไฟแดงชนสนั่น​ เจ็บ 6 เสียชีวิตแล้ว

ภูมิภาค14 พ.ค. 2564 • 19:32 น.
ลุงขับกระบะฝ่าไฟแดงชนสนั่น​ เจ็บ 6 เสียชีวิตแล้ว
ลุงวัย 56 ขับกระบะฝ่าไฟแดง ชนสนั่นกลางสี่แยกบาดเจ็บ 6 ราย ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว ส่วนภรรยาและคู่กรณีอีก 5 ราย ยังนอนรักษา รพ. ญาติเผยปกติลุงเป็นคนขับรถระมัดระวังเห็นหมาข้ามถนนยังชะลอ ไม่รู้ทำไมวันเกิดเหตุถึงขับเร็ว รอเสร็จงานศพพร้อมพูดคุยเยียวยาคู่กรณี วันที่ 14 พ.ค.64 ความคืบหน้ากรณีที่รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บล-7635 บุรีรัมย์ ซึ่งมีนายบุญเลิศ ลีจำปา อายุ 56 ปี เป็นคนขับ และมีนางไพรี ลีจำปา อายุ 52 ปี ภรรยานั่งไปด้วย พอถึงสี่แยกบ้านตะโก ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้ฝ่าสัญญาณไฟแดง พุ่งชนรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 6 กต -3709 กทม. ซึ่งมีนายภุชงค์ คงประโคน อายุ 28 ปี เป็นคนขับ โดยมีภรรยา และลูกอีก 2 คน วัย 7 – 8 ขวบ นั่งไปด้วย จนรถพังเสียหายยับเยินทั้ง 2 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าวรวม 6 คน เหตุเกิดเวลาประมาณ 19.50 น. คืน วันที่​ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา​ ล่าสุด​ วันนี้ (14​พ.ค.64) มีรายงานว่านายบุญเลิศ ลีจำปา คนขับรถกระบะที่ฝ่าสัญญาณไฟแดง ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสได้เสียชีวิตแล้ว โดยญาติได้รับศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านโนนรัง ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ​ จ.บุรีรัมย์​ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ส่วนนางไพรี ภรรยานายบุญเลิศ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสะโพกหลุดยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.นางรอง ส่วนนายภุชงค์ คนขับรถกระบะคู่กรณีที่ถูกพุ่งชน พร้อมทั้งภรรยา และลูกน้อยอีก 2 คน ก็ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ. เช่นกัน แต่ทั้งหมดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ด้านนางลำไพ แสนสุข อายุ 47 ปี น้องภรรยา นายบุญเลิศ คนขับกระบะที่เสียชีวิต บอกว่า พี่สาวและพี่เขย ขับรถกลับจากไปเยี่ยมหลานที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์​ กำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ อ.โนนสุวรรณ แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุก่อน ก็ตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการได้ดูคลิปวงจรปิดและข้อมูลที่ทราบเบื้องต้นว่าพี่เขย ขับรถฝ่าสัญญาณไฟนั้น ตนก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงต้องรอสอบถามจากพี่สาวซึ่งยังบาดเจ็บอยู่ และรอการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานจากทางตำรวจด้วย ซึ่งหากพี่เขยขับฝ่าสัญญาณไฟจนทำให้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจริง ก็พร้อมรับผิดชอบเยียวยาคู่กรณี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยเพราะมั่วแต่ยุ่งกับการจัดงานศพพี่เขย แต่ก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บหลังจากเสร็จงานศพพี่เขย นางลำไพ ยังบอกอีกว่า ปกติพี่เขยเป็นคนขับรถระมัดระวัง เวลาเห็นสุนัขหรือสัตว์วิ่งข้ามถนนก็จะชะลอหรือจอดรถให้ข้ามก่อน แต่ไม่รู้ว่าวันเกิดเหตุทำไมพี่เขยถึงได้ขับเร็วจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะนี้ก็ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้ว แต่ก็ต้องรอสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องรอให้อาการบาดเจ็บดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป