- โฆษณา -

คนกาญจน์ก่นด่าสาปแช่งเจ้าอาวาสวัดดัง หลังถูกกองปราบบุกค้นกุฎิ ขณะกำลังเสพเมถุนกับสีกาอย่างโจ่งครึ่ม

ภูมิภาค10 มิ.ย. 2563 • 09:06 น.
คนกาญจน์ก่นด่าสาปแช่งเจ้าอาวาสวัดดัง หลังถูกกองปราบบุกค้นกุฎิ ขณะกำลังเสพเมถุนกับสีกาอย่างโจ่งครึ่ม
คนกาญจน์ก่นด่าสาปแช่งเจ้าอาวาสวัดดัง หลังถูกกองปราบบุกค้นกุฎิ ขณะกำลังเสพเมถุนกับสีกาอย่างโจ๋งครึ่ม​ หลังสามีได้ระแคะระคายพฤติกรรมอุบาท์ของภรรยาสาวแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับพระระดับเจ้าอาวาส เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ร้องเรียนผู้การ กองปราบ ส่งตำรวจกอง 5 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะนำกำลังบุกค้นกุฎิจับได้คาหนังคาเขา ขณะมีอะไรกัน คุมตัวไปให้เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี จับสึกออกจากการเป็นพระท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่ทราบข่าว เหตุตำรวจกองปราบนำกำลังบุกจู่โจมจับพระมั่วสีกาครั้งนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 9 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามซึ่งนำโดย พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป.พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฎิบัติการ 2 กองกำกับการ 5 บก.ป.ได้นำกำลังพร้อมประสานนายสหัส บรรจงเมือง นักวิชาการศาสนา ชำนาญงานพิเศษ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เข้าทำการตรวจค้นกุฎิของพระสรรเสริญ กระต่ายทอง อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังบุกเข้าไปนั้นพบว่า พระสรรเสริญ กระต่ายทอง เจ้าอาวาสกำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่กับนางเอ๋(นามสมมุติ) อายุ 40 ปี เพียง 2 ต่อ 2 เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตกใจผงะออกจากกันแทบไม่ทัน จึงสั่งให้คนทั้ง 2 แต่งตัวให้เรียบร้อยจากนั้นเชิญตัวไปสอบปากคำ ซึ่งเบื้องต้นพระสรรเสริญ เจ้าอาวาสฉาวได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้แอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับนางเอ๋จริง และยินยอมสึกจากการเป็นพระ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงเชิญตัวไปที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม(วัดใต้)เพื่อให้พระโสภณกาญจนาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทำการสึกออกจากการเป็นพระ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังเข้าจู่โจมค้นกุฎิพระภิกษุระดับเจ้าอาวาสวัดที่ทำให้วงการศาสนาเสื่อมเสีย แอบมั่วสีกาครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิรภพ ภูรเดช ผบก.ป.ได้รับการร้องเรียนจากนายน้อย(นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาร้องเรียนที่ บก.ป.ว่า "เมื่อเดือนพฤษภาคม 63 ที่ผ่านมาว่านางเอ๋(นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ภรรยาได้แอบลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับพระสรรเสริญ กระต่ายทอง เจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยแอบลักลอบพากันเข้าไปในกุฎิแบบ 2 ต่อ 2 เพื่อเสพเมถุน เหตุเกิดเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 62 ที่ผ่านมา ซึ่งนางเอ๋ภรรยาของตนได้ไปรู้จักกับพระสรรเสริญ เจ้าอาวาส ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต อ.บางแพ จ.ราชบุรี พระสรรเสริญ ได้ชักชวนนางเอ๋ให้ไปทำบุญที่วัดที่พระสรรเสริญ เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ตนได้พยายามสังเกตุดูนางเอ๋ ภรรยาซึ่งมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป หลังจากที่ได้ไปที่วัดแห่งนี้บ่อยมาก โดยอ้างว่า ไปทำบุญทอดผ้าป่า ทอดกฐิน โดยเอาลูกสาววัย 14 ปี ไปด้วย ตนจึงได้แอบสอบถามลูกสาวจนได้ความว่า ทุกครั้งที่แม่ไปที่วัด แม่ก็จะให้นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างนอกกุฎิเจ้าอาวาส ส่วนแม่จะเข้าไปในกุฎิของเจ้าอาวาสจากนั้น พระสรรเสริญ ก็จะเดินตามหลังเข้าไปปิดประตูลงกลอน หายไปประมาณ 1-2 ชม.ก็จะกลับออกมาและเดินทางกลับบ้าน นายน้อย(นามสมมุติ)กล่าวต่ออีกว่า ตนได้แอบเปิดกระเป๋าสะพายของนางเอ๋ ภรรยาดู ก็พบว่า ภายในกระเป๋ามีถุงยางอนามัยซุกซ่อนอยู่ จึงได้สั่งกำชับให้ลูกสาวเวลาไปวัดกับแม่ ให้แอบดูพฤติกรรมของแม่กับพระสรรเสริญ ซึ่งลูกสาวก็มาเล่าให้ฟังว่า ภายในห้องกุฎิของเจ้าอาวาส มีบานหน้าต่างเป็น กระจกปิดผ้าม่าน เมื่อผ้าม่านถูกพัดลมพัด มองเข้าไป ก็พบว่า นางเอ๋ ผู้เป็นแม่กับพระสรรเสริญ กำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ ตนเห็นว่า พระสรรเสริญ เจ้าอาวาสกับนางเอ๋ ภรรยาทำผิดกฎของสงฆ์อย่างให้อภัยไม่ได้จึงได้เดินทางมาร้องเรียนที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปอีกว่า ภายหลังที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้รับการร้องเรียน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย และ พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป.และ พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำนียง สว.กก.5 บก.ป.ทำการทำการวางแผนเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะนำกำลังตำรวจกองปราบเดินทางไปที่วัด และตรวจค้นกุฎิพระสรรเสริญ เจ้าอาวาสวัด พบว่า พระสรรเสริญ กระต่ายทองกำลังมีเพศสัมพันธ์กับนางเอ๋ กันอย่างโจ่งครึ่ม ก่อนจะนำตัวไปให้เจ้าคณะอำเภอเมืองกาญจนบุรี ทำการสึกออกจากการเป็นพระ ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปอีกว่า ภายหลังที่เกิดเหตุการณ์ตำรวจกองปราบปรามบุกค้นกุฎิเจ้าอาวาสพบกำลังเสพเมถุนกับสีกาทำให้กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ปแช่งอดีตเจ้าอาวาสฉาว กับนางเอ๋ ขอให้ตกนรกหมกไหม้อย่าได้ผุดได้เกิดที่ทำให้วงการพระศาสนาต้องด่างพร้อย