ว่าที่ ส.ส.ก้าวไกลโคราชหวั่นโครงการทางลอดแยกประโดกกระทบเศรษฐกิจเหตุใช้เวลากว่า4 ปีก่อสร้างเสร็จ
วันที่ 24 พฤภาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมสบายโฮเทล ต.หมื่นไวย อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างทางลอดทางแยกประโดก ทางหลวงหมายเลข 2 ถ.มิตรภาพ ตัด ถ.ช้างเผือกและ ถ.สิริราชธานี โดยมีว่าที่ ส.ส. 3 เขต พรรคก้าวไกล (กก.) พื้นที่ อ.เมือง ประกอบด้วย เขต 1 นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ เขต 2 นายปิยชาติ รุจิพรวศิน และ เขต 3 นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าของสถานประกอบการและประชาชนชาวโคราชกว่า 200 คน รับฟังนายพิชณคุณ ส.วรเนตร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 และนายช่างรับผิดชอบโครงการชี้แจงให้ความรู้และทำความเข้าใจขั้นตอนการดำเนินโครงการรวมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอแนวทางการบรรเทาปัญหาจราจรคับคั่งช่วงก่อสร้าง
นายพิชณคุณ แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 เปิดเผยว่า ถ.มิตรภาพ เป็นทางหลวงสายหลักและประตูหน้าด่าน 20 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณจราจรต่อวันกว่า 1 แสนคัน โดยเฉพาะช่วงผ่านทางแยกประโดก ซึ่งใช้สัญญาณไฟจราจรควบคุมการเดินรถ ก่อให้เกิดปัญหาความไม่สะดวกในการสัญจรและอุบัติทางจราจรบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักที่มีการใช้ความเร็วสูงในการสัญจร จึงมีความจำเป็นในการปรับปรุงจุดตัดทางแยกสัญญาณไฟจราจรเป็นทางลอดแยกประโดก เพื่อแก้ปัญหารวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนตัวของยานพาหนะให้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของท้องถิ่น
ทั้งนี้เป็นรูปแบบทางลอด จำนวน 6 ช่องจราจร รองรับการจราจรบน ถ.มิตรภาพ ทั้งขาเข้าและขาออก กว้าง 25.50 เมตร ยาว 1,075 เมตร ความกว้างผิวจราจรช่องละ 3.50 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำ งานป้องกันอัคคีภัยและอื่นๆ เริ่มที่หลักกิโลเมตร 149+450.000 จุดสิ้นสุดกม.151+200.000 รวมระยะทาง 1,750 กิโลเมตร ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน บริษัท อึ้งทงกี่ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง งบก่อสร้าง 850 ล้านบาท
นายฉัตร ว่าที่ สส. ก้าวไกล เขต 1 กล่าวว่า โครงการได้เลื่อนกำหนดการก่อสร้างจนเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง หากแล้วเสร็จจะนำการพัฒนา ความเจริญมาให้กับเมืองโคราช แต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกรงได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจระหว่างก่อสร้าง ซึ่งใช้เวลาร่วม 3 ปี ซึ่งมีบางธุรกิจยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจซบเซา อาจเป็นการซ้ำเติมอีก จึงต้องมีการพิจารณาให้ครอบคลุมทุกปัญหา
ขณะนี้มีบางกลุ่มเตรียมร้องศาลปกครองให้ไต่สวนใหม่ คงเป็นการยื้อเวลา กรมทางหลวงมีความจำเป็นต้องหาข้อสรุปจากทุกภาคส่วนจะดำเนินการไปในทิศทางใด เนื่องจากผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์มาอย่างสมบูรณ์แล้ว ประชาชนต้องช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ให้การดำเนินการราบรื่นเสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วิถีชีวิตน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามช่วงก่อสร้าง ต้องปิดกั้นเส้นทางไม่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนเส้นทางจราจรสำรอง เพื่อรองรับการสัญจร โดยเฉพาะจุดก่อสร้างใกล้เคียง โรงพยาบาล สถานศึกษาและตลาดสด สามารถเข้าออกได้อย่างสะดวกคล่องตัวที่สุด
ด้านนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ จ. นครราชสีมา เพื่อเข้าสู่การเป็นมหานคร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ระยะเวลาก่อสร้างจะทำอย่างไร เพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้พักอาศัย สถานประกอบการค้าและป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างรวมทั้งมาตรการดูแลควบคุมสิ่งแวดล้อม ป้องกันฝุ่นละออง จ.นครราชสีมา มีบทบาทการมีส่วนร่วมให้คำปรึกษา แนะนำ สะท้อนปัญหาความต้องการ เพื่อให้การดำเนินโครงการมีผลกระทบน้อยที่สุด