ลูกสาวสุดเสียใจสูญเสียพ่อแม่ไป แขวงทางหลวงฯเตรียมติดตั้งอุปกรณ์และสัญญาณไฟหลังได้งบปีหน้าสร้างถนนใหม่ 90 ล้าน
ลูกสาวของ 2 ตายายเผยสุดเสียใจสูญเสียพ่อและแม่ไปคราวเดียวกัน หลังคนขับปิคอัพตีนผีซิ่งชนร่างเละ ยังไม่รู้วันฌาปนกิจศพ รอญาติมาครบก่อน เผยคุณยายคำฟั่นมีฝาแฝดอีกคนที่เมืองนอกแต่มาร่วมงานศพไม่ได้ วอนคนขับออกมาพบเจ้าหน้าที่ฯ และรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 2 (หนองหาน) เตรียมอุปกรณ์มาติดตั้งบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อลดความเร็วของรถและเตรียมติดตั้งไฟสว่างทาง เผยได้รับงบสร้างถนนใหม่แล้ว 90 ล้านบาท
วันนี้ (4 ม.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีคนขับรถปิคอัพตีนผีซิ่งมาด้วยความเร็วชนกับรถสามล้อสกายแล็ปที่มี 2 ตายายคือนายบุญส่ง และนางคำฟั่น แพรวตะคุ อายุ 76 ปีและ 75 ปี ตามลำดับ ชาวบ้านบ้านหนองไฮ ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ขณะเดินทางกลับจากส่งดอกบัวที่ตลาดอ.บ้านดุง เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.20 น.ของคืนวันที่ 3 ม.ค.65 ที่ผ่านมา ทำให้คุณตาบุญส่งและคุณยายคำฟั่นเสียชีวิตทั้ง 2 คน ส่วนคนขับรถปิคอัพหลบหนี ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของลูกๆ และญาติเป็นอย่างมากเพราะทั้งสองคนต้องมาเสียชีวิตพร้อมกัน
ต่อมาเวลา 11.30 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 7 บ้านหนองไฮ ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญของ 2 ตายายที่เคราะห์ร้ายถูกรถชนจนเสียชีวิต ท่ามกลางความโศกเศร้าของชาวบ้านและญาติๆ เป็นอย่างมาก เพราะตาบุญส่งและยายคำฟั่นเป็นคนธรรมะธรรมโมเข้าวัดประจำและเวลาว่างจะไปเก็บดอกบัวไปขายยังตลาดและตามออเดอร์ที่มีคนสั่ง น.ส.สุบัน แพรวตะคุ อายุ 48 ปี ลูกสาวคนโตของสองตายาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า พ่อกับแม่มีลูก 3 คน ลูกสาว 2 และลูกชายอีก 1 คนทำงานที่ระยอง ตอนนี้รู้ข่าวว่าพ่อและแม่เสียชีวิตไปพร้อมกันแล้วกำลังเดินทางกลับมาร่วมงานศพ พวกเราเสียใจมากไม่คิดว่าจะสูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกันในช่วงวันปีใหม่นี้ ตอนนี้ ทำอะไรไม่ถูกรอญาติและพี่น้องมาครบก่อนค่อยจัดฌาปนกิจศพ โดยเฉพาะแฝดของแม่คือคุณยายคำเผือ ที่อยู่เมืองนอกประเทศอเมริกา รู้ข่าวแทบช็อคเมื่อรู้ว่าแฝดผู้พี่ของตนเองมาเสียชีวิตเพราะถูกรถชน อยากให้คนขับรถปิคอัพมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตร.และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสอบถามเจ้าหน้าที่ฯ ที่อยู่ประจำจุดตรวจทราบว่าคนขับรถปิคอัพขับมาเร็วมาก ไม่รู้จะเมาหรือเปล่า อยากให้ตร.เร่งติดตามคนขับมาสอบสวนโดยเร็ว ปกติพ่อและแม่จะไปวัดทุกวัน เพราะพ่อเป็นมัคนายกวัดและแม่ก็ตามไปวัดด้วย ไปไหนเขาสองคนจะไปด้วยกันตลอด ถือเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันมาตลอด คนดีๆ ไม่น่าจะมาเสียชีวิตเร็วป่านนี้ ไม่ได้ร่ำลาลูกๆ หลานสักคำ นางสุบันลูกสาวคนโตกล่าวตอนท้าย
ขณะที่นายทองผาด ดวงวงษา ผช.ผุ้ใหญ่บ้านบ้านโนนสำราญ ที่อยู่ด่านตรวจปีใหม่ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า คุณตาและคุณยายกลับจากส่งดอกบัวไปขายในตัวอ.บ้านดุงแล้วจะกลับบ้านที่บ้านหนองไฮ พอมาถึงที่เกิดเหตุจะเลี้ยวขวาเข้าไปในซอยเพื่อลัดไปบ้านหนองไฮ ช่วงจังหวะนั้นเองได้ยินเสียงรถปิคอัพซิ่งมาเร็วมากจากนั้นก็ได้ยินเสียงเบรคอย่างแรงชนกับรถสามล้อเครื่องเสียงดังมาก พวกตนก็กำลังกินข้าวอยู่รีบวิ่งออกไปดูก็พบตาและยายเสียชีวิตแล้ว ส่วนคนขับรถปิคอัพที่ทราบว่ามีชาย 1 หญิง 1 ได้หลบหนีไปแล้ว
ขณะเดียวกันวันนี้ (4 ม.ค.65) เวลา 12.00 น.ที่บริเวณจุดเกิดเหตุสามแยกทางขึ้นเนินบ้านโนนสำราญ นายมงคล แสนวงษา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 2 (หนองหาน) และนายสุภชัย จันทร์ธง รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุดรธานีที่2(หนองหาน) พร้อมเจ้าหน้าที่ฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหามาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น โดยพบว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่พบว่า ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากทั้งที่เป็น 4 เลนทำให้รถวิ่งเร็วไม่ชะลอความเร็วและบางจุดเป็นเนินถนนสูง รถที่วิ่งมาไม่ชะลอความเร็ว
โดยนายมงคล แสนวงษา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 2 (หนองหาน) เปิดเผยว่า วันนี้ผมมาดูจุดเกิดเหตุเรายกสำนักงานฯมาเลยเพื่อมาช่วยกันดูและจะแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก สำหรับถนนเส้นนี้สร้างเป็น 4 เลนมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ชาวบ้านอยากได้ความสะดวกสามารถข้ามไปมาได้ ต่อมาอ.บ้านดุงเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นเดินทางมาเยอะ เขาก็ไม่ชินทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งทำให้มีผุ้บาดเจ็บและเสียชีวิต ตอนนี้เราจะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือจะนำอุปกรณ์มาบีบอัดทางบริเวณทางแยกต่างๆ ตลอดเส้นทาง เพื่อให้รถชะลอความเร็ว โดยวันจันทร์จะให้เจ้าหน้าที่ฯ ดำเนินการได้เร็ว และปีงบประมาณปี 2566 เราได้งบประมาณมาแล้ว 90 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงถนนเส้นนี้ใหม่แล้ว ส่วนเรื่องไฟสว่างทางที่ชาวบ้านอยากได้ เราติดให้ตลอดทางไม่ได้ เราจะติดให้ได้ก่อนคือตามสามแยกหรือสี่แยกของถนนเส้นนี้ และตอนนี้ที่แยกบ้านโนนงาม ต.บ้านชัย จะติดตั้งเป็นไฟสว่างทางจำนวน 11 ต้นทันที
ขณะที่ด้านคดี ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.วัฒนา มีทองหลาง รองผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านดุง ว่า ตอนนี้ทราบตัวคนขับรถปิคอัพแล้ว ตร.จะได้ติดตามตัวมาสอบสวนว่าสาเหตุเกิดจากอะไรที่ทำให้ และตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินคดีใครรอให้ตร.สอบสวนก่อน ขณะที่ชาวบ้านหลังทราบข่าวจะมีการปรับปรุงถนนเส้นนี้ใหม่เพราะได้งบมาปีหน้า 90 ล้านบาทต่างพากันดีใจ แต่ก่อนหน้านี้ได้ตั้งชื่อถนนแห่งนี้ว่า ถนนลดจำนวนประชากร เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 มีอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 5 รายด้วยกัน