สตูลยกระดับเกษตรกรปลูก “เมล่อน” ก้าวสู่เทคโนโลยี “เกษตรแม่นยำ”

ภูมิภาค17 มี.ค. 2565 • 15:52 น.
สตูลยกระดับเกษตรกรปลูก “เมล่อน”  ก้าวสู่เทคโนโลยี  “เกษตรแม่นยำ”
วันที่ 17 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านทางงอ เลขที่ 138 หมู่ที่ 5 ตำบลควนสตอ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ที่นี่มีการทำโรงเรือนปลูกเมล่อนและแตงโมปลอดภัยภายในโรงเรือนแบบปิด (เพื่อป้องกันและกำจัดโรคและแมลงด้วยชีวภัณฑ์ซึ่งมีความปลอดสารพิษ 100%) ของฟาร์มเอสแอนด์เจฟาร์ม ของนางจีรนันท์ ยาสิน และ นายสิกชัย ยาสิน วัย 40 ปี สองสามีภรรยาที่ออกจากพนักงานของรัฐ 13 ปีมาทำเกษตรแม่นยำ ซึ่งเป็นฟาร์มต้นแบบของ “เกษตรแม่นยำ” ที่ทางทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จ.สตูล ได้คัดเลือกเป็นฟาร์มตัวอย่าง ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่เกษตรกรรายอื่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากฐานชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยสร้างศูนย์เรียนรู้ภายในหน่วยฯ และนอกหน่วยให้มีความรู้เท่าทันกับสภาพภูมิศาสตร์สังคมของแต่ละพื้นที่ “ทหารพัฒนาฯ พร้อมเป็นพี่เลี้ยงเกษตรกรสู่ เกษตรแม่นยำ” นาวาอากาศเอกอาทิตย์ภากร สังขรัตน์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ระบุว่า พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยพล.อ. จีรัชญ์ บุญชญา ผู้บัญชาการหน่วยทหารพัฒนา ได้มอบหมายและให้ความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการกระตุ้นเศรษฐกิจรากฐานชุมชนให้มีความเข้มแข็ง หลังพบว่าจังหวัดสตูลมีข้อจำกัดในเรื่องของความชื้นเนื่องจากปริมาณน้ำฝนตกชุกไม่สามารถควบคุมปริมาณความชื้นได้ ประกอบกับพื้นที่มีข้อจำกัดในแต่ละครัวเรือน ทำให้หน่วยฯ เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมเป็น “เกษตรแม่นยำ” ด้วยการนำเทคโนโลยีใช้ในการสร้าง smart farm ในบ้านตัวเองโดยเลือกผลผลิตที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป ต้นทุนไม่สูงเกินไปอย่าง “เมล่อน” เป็นหนึ่งในผลผลิตที่สามารถสร้างรายได้ภายในครอบครัว ในการสร้างความรู้ต้นแบบขึ้นมาจากหน่วยฯ และขยายออกมาเป็นศูนย์เรียนรู้นอกหน่วยฯ โดยเข้ามาช่วยเหลือในด้านแหล่งน้ำและการขยายบ่อน้ำให้มีความพอเพียง ในช่วงฤดูแล้ง ควบคู่ไปกับเรื่องของเทคโนโลยีมาควบคุมสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นข้อจำกัด และก็สร้างโรงเรือนปิดเพื่อที่จะพยากรณ์และควบคุมผลผลิตและป้องกันศัตรูพืชได้ ไปพร้อมกับเรื่องต้นทุน และการขาย ซึ่งมีความสำคัญมากกับพี่น้องเกษตรกร หากใช้ต้นทุนสูงโดยไม่สามารถควบคุมข้อจำกัดได้ อาจจะทำให้พี่น้องเกษตรกรอาจจะล้มเลิกระหว่างทางได้ จึงได้เข้ามาส่งเสริมในเรื่องของพื้นฐาน ในเรื่องของน้ำ แสงโดยเทคโนโลยี โดยมีการคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบที่มีพื้นฐานความรู้ อย่างเช่นที่นี่ เกษตรกรมีความรู้เรื่องของเกษตรเป็นอย่างดี พบว่าการปลูกเป็นการปลูกเชิงการทำเก็บข้อมูล วิเคราะห์วิจัยคู่ไปกับหน่วยฯ ตรงนี้เป็นความพยายามที่จะสร้างต้นแบบเพื่อที่จะไปส่งเสริมในกลุ่มอาชีพอื่น ในช่วงที่ไม่สามารถทำผลผลิตหลักได้ ก็จะเอาเรื่องของ “เมล่อน” ระบบปิดเข้าไปส่งเสริม ในกลุ่มนั้น ๆ เพื่อให้สามารถ สร้างกลุ่มขยายได้ต่อไป “ฟาร์มต้นแบบ เกษตรแม่นยำ” นางจีรนันท์ ยาสิน ฟาร์มเอสแอนด์เจฟาร์ม บอกว่า ที่นี่มีการขายแบบออนไลน์และ on site มีการบริการส่งทั่วไทย เดลิเวอรี่ให้ถึงประตูบ้าน ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 99 บาท ภายใน 1 ลูกจะน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัมถึง 2.5 ลูกค้าที่ walk in สามารถเข้ามาเลือกตัดภายในฟาร์มได้เลย โดยจุดขายในราคา 99 บาทเนื่องจากเป็นคนจังหวัดสตูลโดยกำเนิด โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มคนรวย/มนุษย์เงินเดือนที่มีความพร้อมจ่าย และ 60% สำหรับคนทั่ว ๆไป ที่สามารถเข้าถึงราคานี้ได้ เพื่ออยากให้ทุกคนได้กินของดี ๆ การทำเกษตรด้วยเทคโนโลยีหรือเกษตรแม่นยำ จะทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับการปลูกแบบนอกโรงเรือน ในสภาวะแบบนี้น่าจะช่วยให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 แบบฟาร์มเกษตรเทคโนโลยี smart farm ขอบคุณทหารที่ให้ความสำคัญกับเกษตรกร สำหรับอาชีพเกษตรกรพบว่าหลายคนมองว่าเป็นอาชีพสุดท้าย ของคนไม่มีที่ไป เมื่อพ่อแม่ทำตัวเองก็ต้องทำ แต่อยากจะบอกว่าพวกเราเป็นเกษตรกรที่มีความรู้ ตนจบปริญญาตรีมาจากรามคำแหง สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จึงตั้งใจจะทำตามแบบเทคโนโลยีนำองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้ามา น่าจะเป็นต้นแบบให้กับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 ตามที่คาดหวังได้ สำหรับท่านใดสนใจ ศึกษาดูงาน หรือสั่งซื้อผลผลิตจากฟาร์ม ติดต่อได้ที่ 087-9277329 หรือ เพจ เอสแอนด์เจ ฟาร์มสตูล “เกษตรแม่นยำ” เกษตรแม่นยำสูง หรือ เกษตรแม่นยำ คือ การนำข้อมูลที่ได้จากพื้นที่ทำเกษตร เช่น ข้อมูลภูมิอากาศ น้ำ ภาพถ่ายทางอากาศ หรือข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งต้องอาศัยเซ็นเซอร์รูปแบบต่าง ๆ ในการเก็บข้อมูล แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ไว้สำหรับช่วยตัดสินใจในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกษตรกร สามารถปรับการใช้ ปุ๋ย-ยา และทรัพยากรอื่น ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ให้มากที่สุด เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนเปลี่ยงในอนาคต เป็นการใช้ทรัพยากรตรงตามความต้องการของพืชและสัตว์ ลดการสูญเสีย ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพ ส่งให้เกษตรกรมีเงินเพิ่มขึ้น