ฮึดสู้! พ่อค้าข้าวเหนียวมะม่วงขอนแก่นตรึงราคาเพื่อผู้บริโภค
พ่อค้าข้าวเหนียวมะม่วงขอนแก่น ฮึดสู้ ตรึงราคาจำหน่ายต่อไปเพื่อผู้บริโภค แม้ราคาข้าวเหนียวจะทะลุกิโลกรัมละ 45 บาท และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาแป้งข้าวเหนียว-ข้าวเจ้า ส่อเค้าปรับราคาขึ้นตามไปด้วยในเร็วๆนี้ ผู้ประกอบการขนมไทยเตรียมรับมือ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ส.ค.2562 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจผลกระทบจากราคาจำหน่ายข้าวสารเหนียว ที่ยังคงมีราคาจำหน่ายที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายข้าวเหนียวมะม่วงและขนมไทยที่ทำจากข้าวเหนียว ที่ร้านขนมไทยแม่เรไร ภายใสตลาดโต้รุ่งร่วมจิตร ตรงข้ามโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่ยังคงพบว่ามีลูกค้าทุกเพศทยอยมาเลือกซื้อขนมไทยนานาชนิด โยเฉพาะเมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่เป็นขนมไทยขึ้นชื่อของทางร้านที่มีลูกค้ามายืนรอต่อคิวเลือกซื้อตลอดทั้งวัน
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าที่ร้านยังคงตรึงราคาจำหน่ายในกลุ่มขนมที่ทำจากข้าวเหนียว โดยไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใดแม้ราคาต้นทุจะสูงขึ้นเป็นเท่าตัว โดยข้าวเหนียวมะม่วงยังคงจำหน่ายในราคาชุดละ 50 บาท , ข้าวเหนียวมูนกะทิ กิโลกรัมละ 220 บาท ,ข้าวต้มมัดชิ้นละ 5 บาท ขนมข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวใบเตย ชุดเล็ก 10 บาท ชุดใหญ่ 20 บาท
นายเทพรักษ์ บุญรักษา เจ้าของร้านขนมแม่เรไร ขอนแก่น กล่าวว่า ร้านฯยังคงยืนหยัดชัดเจนในการตรึงราคาจำหน่ายขนมอย่างนี้ต่อไปเพื่อผู้บริโภค ซึ่งก็ยอมรับว่าต้นทุนในการนำมาผลิตขนมโดยเฉพาะข้าวเหนียวจะปรับสูงขึ้นอย่างมาก และมากที่สุดตั้งแต่เปิดจำหน่ายขนมไทยมา แต่เพื่อผู้บริโภคที่ถือเป็นปลายทางหากร้านปรับราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคชัดเจน และเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการนั้นไม่ควรทำเพราะผู้บริโภคคือปลายทาง การค้าขายทุกคนนั้นหวังกำไร แต่เราก็สามารถที่จะเฉลี่ยในเรื่องต่างๆเข้ามาจุนเจือ เพราะต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน วันนี้ปัญหาเกิดขึ้นหน่วยงานที่รับผิดชอบควรที่จะเข้าไปดูแล อยู่ๆมาปรับขึ้นราคาข้าวสารเหนียว โดยอ้างว่าผลผลิตขาดตลาด ซึ่งระบบข้าวสารของไทยนั้นมีการกักตุนและมีการรับซื้อตามฤดูกาลผลิต
“ ข้าวเหนียวที่มีการปรับราคาจำหน่ายระยะนี้ ไม่ได้เป็นข้าวที่พึ่งจะเก็บเกี่ยวและมาจำหน่ายแต่เป็นข้าวในฤดูกาลผลิตที่ผ่านมาที่มีการกักตุนไว้แล้ว ดังนั้นการปรับราคาจำหน่าย ควรจะไปดูถึงช่องว่างระหว่างพ่อค้าคนกลางและโรงสี ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มนายทุนที่ทำอะไรนั้นพ่อค้า แม่ค้า อย่างเรา หรือผู้บริโภคนั้นไม่รู้ รู้แต่ว่าเราจะซื้อสินค้าได้เท่าในราคาเท่าใด ซึ่งการปรับขึ้นราคาข้าวสารเหนียวนั้นยอมรับว่าปรับขึ้นทุกวัน มี่ร้านสั่งซื้อครั้งละ 1,000 กิโลกรัม จากโรงสีโดยตรง ซึ่งปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 28 บาท พอมาถึงช่วงกลางเดือน ส.ค. อยู่ที่ กิโลกรัมละ 35 บาท และล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 45 บาท”
นายเทพรักษ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบถามโรงสีที่ซื้อประจำ ก็ยังไม่มั่นว่าราคาจำหน่ายนั้นจะคงที่ และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้น ทั้งนี้โดยส่วนตัวเชื่อว่าข้าวสารเหนียวจะไม่ขาดตลาดเพราะภาคอีสานเป็นแหล่งผลิตข้าวสารเหนียวขนาดใหญ่ของไทย จึงมีผลผลิตที่เยงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามที่น่าห่วงที่สุดคือคือกลุ่มแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว ที่ขณะนี้เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาจำหน่ายขึ้นแล้ว จากผลกระทบของวัตถุดิบข้าวที่มีการปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการที่ใช้แป้งในการค้าขายหรือเป็นวัตถุดิบในการผิตเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นด้วย