กลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกซื้อที่ดินกว่า3ล้านบุกศูนย์ดำรงธรรมยโสธรยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ

ภูมิภาค26 ม.ค. 2567 • 05:35 น.
กลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกซื้อที่ดินกว่า3ล้านบุกศูนย์ดำรงธรรมยโสธรยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ

 

วันที่ 26 ม.ค.67 เวลา 10.00น.ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธรกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกซื้อที่ดินกว่า10รายนำโดยนายสุรเชษฐ์ เวชกามา อายุ45 ปี บ้านเลขที่ 268 หมู่ที่4 ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรพร้อมผู้ได้รับความเสียหายกว่า10รายรวมตัวกันมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธรเนื่องจากได้รับความเสียหายจากการชื้อที่ดินจากนายหน้าผ่านทางโชเชียลซึ่งมูลค่าความเสียหายกว่า3ล้านบาท


นายสุรเชษฐ์ เวชกามา เปิดเผยว่าเนื่องจากในพื้นที่จังหวัดโสธร ได้มีการหลอกให้โอนเงินมัดจำและหลอกซื้อขายที่ดิน ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำที่หลอกให้อนงินมัดจำและไม่สามารถอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวได้โดยประกาศขายผ่าน Facebook เมื่อมีการโทรสอบถาม ว่าสามารถซื้อขายได้จริง ผู้เสียหายทั้งหมดได้โอนเงินมัดจำ และต่อมาไม่สามารถซื้อขายที่ดินได้จริงรวมถึงที่ดินที่เคยขายแล้ว มาประกาศขายซ้ำ ทำให้ผู้ต้องการซื้อที่ดินเพื่อมาปลูกบ้านเพื่อการอาศัยหลงเชื่อและได้รับความเดือดร้อน และไม่มีการคืนเงินมัดจำคืนผู้เสียหาย การหลอกโอนมัดจำกระทำโดยบุคคล2คนซึ่งทางกลุ่มผู้เสียหายได้ส่งเอกสารให้กับหน่วยงานเพื่อตรวจสอบ ซึ่งการหลอกซื้อขายดังกล่าว มีผู้หลงชื่อจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทเมื่อรวมยอดผู้เสียหายที่ได้จ่ายเงินไปตนในฐานะตัวแทน ผู้เสียหายดังกล่าวจึงยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง และดำเนินการตามกฎหมายกับ 2 บุคคลดังกล่าวและได้ยื่นหนังสือให้นายองอาจ สีทาแก ผู้อำนวยการกลุุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธรรับหนังสือฯไปในครั้งนี้


ด้าน นายณรงค์  พินัส ทนายความ เล่าว่า พฤติกรรมของสองผัวเมียรายนี้เป็นนายหน้าค้าที่ดินแล้วมีการประกาศขายที่ดินราคาถูกทางเฟชบุ๊คส่วนตัวและที่ดินผืนดังกล่าวยังอยู่พื้นที่ทำเลทองตั้งอยู่บริเวณด้านหลังห้างแม็คโคร สาขายโสธร ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จึงทำให้มีคนสนใจเป็นจำนวนมากจึงต่างมีคนเข้าไปติดต่อขายที่ดินผืนดังกล่าวและแต่ละคนเมื่อตกลงซื้อขายกันแล้วก็จะมีการโอนเงินมัดจำไปตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นแต่พอผู้เสียหายโอนเงินมัดจำไปแล้วก็ไม่สามารถซื้อขายได้จริง จากนั้นสองผัวเมียรายนี้ก็จะมีการนำที่ดินผืนดังกล่าวไปประกาศขายทางเฟชบุ๊คอีกรอบโดยมีการเปลี่ยนเฟชบุ๊คใหม่ไปเรื่อยๆจนมีคนหลงเชื่อและโอนเงินมัดจำเป็นจำนวนหลายสิบคนรวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ดังนั้นทางกลุ่มผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันเข้ามายื่นร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยโสธร เพื่อขอเงินมัดจำคืนและขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของสองผัวเมียคู่นี้ว่าเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่ เพราะกระทำกับกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายและยังมีการข่มขู่กลุ่มเสียหายอีก ที่สำคัญไม่อยากให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อกับสองผัวเมียรายนี้อีก