รองผู้ว่าฯยโสธรนำสมาชิกวุฒิสภาเที่ยวชมพญานาค-พญาคันคากตำนานบุญบั้งไฟที่วิมานพญาแถน

ภูมิภาค28 ก.ย. 2563 • 08:34 น.
รองผู้ว่าฯยโสธรนำสมาชิกวุฒิสภาเที่ยวชมพญานาค-พญาคันคากตำนานบุญบั้งไฟที่วิมานพญาแถน
นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่าที่ผ่านมา คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดยโสธรประกอบด้วยนายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา/หัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน นางประยูร เหล่าสายเชื้อ นายบุญมี สุระโคตร นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม และนางสาววิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ สมาชิกวุฒิสภาภายหลังพบประชาชนจังหวัดยโสธรแล้วได้เดินทางมา กราบสักการะองค์พญาแถน และเที่ยวชมอาคารพญาคันคาก และอาคารพญานาค ที่ วิมานพญาแถน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ที่ตามตำนานว่าสมัยก่อนพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสวยชาติ เป็นเจ้าชายคางคก หรือชื่ออีสานว่า พญาคันคาก ซึ่งมีหน้าตาอัปลักษณ์ ผิวพรรณดั่งคางคก แต่มีสีเหลืองดุจทองคำ เป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาปราณีต่อมนุษย์และสัตว์ พระยาแถนได้ทราบข่าว จึงเกิดความอิจฉา เพราะเมื่อก่อนคนเคยไปนับถือพาแถน แต่ต่อมาคนหันไปให้ความนับถือพญาคันคาก จึงเกิดความอิจฉาไม่ยอมให้ฝนตกลงบนโลกมนุษย์เป็นเวลา 8 ปี 8 เดือน ทำให้มนุษย์และสัตว์เกิดความเดือดร้อนและล้มตายจำนวนมาก ผู้ที่รอดชีวิตมาได้จึงรวมตัวกันต่อสู้กับพญาแถน มนุษย์รวมมือกับพญานาคาเพื่อทำสงครามกับพญาแถน แต่พญานาคาก็ต้องพ่ายแพ้ ต่อมาพระราชาแห่งผึ้งก็มาทำสงครามกับพญาแถนอีก แต่ก็พ่ายแพ้เช่นกัน หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็เกรงกลัวพญาแถน ในที่สุดเจ้าชายคางคก ก็วางแผนเพื่อสู้กับพญาแถน โดยเริ่มจากขั้นแรก ส่งปลวกออกไปกัดกินด้ามหอก ด้ามดาบและอาวุธที่ทำด้วยไม้ของพญาแถน ขั้นที่สองส่งเจ้าชายแมงป่องไปกัดพญาแถนและบริวาร ซึ่งแมงป่องจะซ่อนตัวอยู่ในเสื้อผ้าและกองฟืน กองอาวุธ ของพญาแถน ขั้นที่สาม เจ้าชายคันคาก เดินทางออกไปสู้รบพร้อมกับบริวารซึ่งในขณะนั้นกองทัพของพญาแถนอ่อนแอเนื่องจากถูกแมงป่องกัด เจ้าชายคางคก ไปต่อสู้กับพญาแถน ในที่สุดพระยาแถนก็พ่ายแพ้ จึงยอมตกลงทำสนธิสัญญาสงบศึกกับพระยาคันดาก 3 ข้อดังนี้1. พอถึงเดือนหกของทุกปี มนุษย์ต้องจุดบั้งไฟขึ้นท้องฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้พญาแถนทราบว่าถึงเวลาส่งฝนลงมายังโลกแล้ว 2. เมื่อมีเสียงร้องของกบเป็นสัญญาณบอกว่าฝนตกแล้วเมื่อฝนตกลงมามนุษย์พร้อมที่จะปลูกข้าว 3. เมื่อมีเสียงคนเป่าโหวตหรือเสียงสะนูอยู่บนว่าว ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ก็เป็นสัญญาณบอกว่าถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้วให้หยุดปล่อยฝนหรือปล่อยให้น้อยลงด้วยความเป็นมาเช่นนี้ จึงเกิดพิธีการบูชาพญาแถน โดยการใช้บั้งไฟ เพื่อแสดงการเคารพและเป็นการขอฝนจากพญาแถน อันเป็นที่มาของประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร