ลำน้ำชีชัยภูมิเริ่มวิกฤตแล้งจัดหนักรอบกว่า30ปี ชาวนาครวญนาข้าวยืนต้นตายคาทุ่งเสียหายยับซ้ำขยายวงกว้างอีก7อำเภอ พ่อเมืองเร่งลงพื้นที่สำรวจแก้ปัญหาหวั่นซ้ำรอยชาวบ้านเปิดศึกแย่งชิงน้ำ
ชัยภูมิ/ลำน้ำชีชัยภูมิเริ่มวิกฤตแล้งจัดหนักรอบกว่า30ปี ชาวนาครวญนาข้าวยืนต้นตายคาทุ่งเสียหายยับซ้ำขยายวงกว้างอีก7อำเภอ พ่อเมืองเร่งลงพื้นที่สำรวจแก้ปัญหาหวั่นซ้ำรอยชาวบ้านเปิดศึกแย่งชิงน้ำ
ชัยภูมิ จากสถานการณ์ภัยแล้งที่มาไวกว่าทุกปีและยังขยายวงกว้างกินพื้นที่จังหวัดชัยภูมิไปแล้วในหลายหมู่บ้าน หลายอำเภอไร่นาเกษตรกรที่กำลังยืนต้นตายกว่าหมื่นไร่ ในพื้นที่รอยต่ออำเภอภูเขียว,แก้งคร้อ,บำเหน็จณรงค์,จัตุรัส,บ้านเขว้า ,เนินสง่า,และอำเภอเมืองชัยภูมิ ในขณะนี้โดยเฉพาะลำน้ำชีซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักที่ใช้หล่อเลี้ยงคนในจังหวัดและชาวอีสานในหลายจังหวัดมีความยาวกว่า 700 กม.ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มวิกฤตเร็วกว่าทุกปีในรอบ30ปี
ส่งผลกระทบให้กับประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำแห่งนี้ที่นำน้ำดิบมาใช้ผลิตน้ำประปาจ่ายประชาชนเพื่ออุปโภค และเกษตรกรชาวไร่ชาวนาต้องใช้น้ำเพื่อปลูกข้าวปลูกพืช ปลูกผัก ที่กำลังจ้องมองดู พืชพันธุ์ทั้งหลายของตนเองกำลังยืนต้นตาย อย่างหมดหวัง เพราะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก
ด้านนายเสน่ห์ บำรุงนา 56 บ้านท่าพุทรา หมู่ 2 ตำบลกะฮาด อำเภอเนินสง่าชัยภูมิเกษตรกรปลูกข้าวกล่าวว่า ตนเองและครอบครัวมีอาชีพทำนาปลูกข้าวจำนวน8ไร่ มาตั้งแต่สมัยพ่อแม่จนมาถึงรุ่นตัวเอง ตั้งแต่ตนเองอายุ15 ปีจนปัจจุบันอายุกว่า 50 ปีแล้ว ไม่เคยเกิดสถานการณ์ แห้งแล้งไวเช่นนี้มาก่อน ซึ่งปกติในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ก็ควรจะมีฝนตกลงมาเติมน้ำในนาข้าวอย่างเช่นที่ผ่านมาแต่ปัจจุบันกลับไม่มีฝนตกลงมาเลย จึงต้องมาใช้เครื่องสูบน้ำในลำน้ำชี ไปเข้าสู่นาตนเองเสียทั้งค่าน้ำมันค่าปุ๋ยค่ากล้าเพาะปลูก ซึ่งปลูกไว้กินเองและไว้แจกพี่แจกน้องในครอบครัว แต่ปีนี้แล้งหนักมากแถมน้ำในลำน้ำชีก็เริ่มแห้งขอดเร็วอีกด้วย
หากสิ้นเดือนนี้หรือเดือนหน้าถ้าไม่มีฝนตกลงหรือน้ำในลำน้ำชีแห่งขอดจนสูบไม่ได้ก็คงจะต้อง นั่ง มองต้นข้าวแห้งตายไปกับตาโดยที่ไม่มีทางแก้ไขได้เลย
ล่าสุดขณะที่ทางด้าน นายณรงค์วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่ออกตรวจสอบและร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่กำลังเริ่มวิกฤตในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิอย่างเร่งด่วนและอย่างถาวร และป้องกันปัญหาชาวบ้านทะเลาะแย่งน้ำกันในพื้นที่ที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อหลายปีก่อนหลังจากเกิดสถานการณ์ลำน้ำชีแห้งขอดเช่นเดียวกันในเบื้องต้น
เรื่องจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิในปัจุบันนี้เริ่มประสบปัญหาวิกฤษแล้วในหลายอำเภอและเริ่มขยายวงกว้างขึ้นสร้างความเดือดร้อร ให้กับประชาชนเกษตรกรชาวชัยภูมิอย่างหนัก
ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดก็ได้มีการวางแผนประชุมหารือเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีที่ลดน้อยลงจนเริ่มวิกฤตและประสบปัญหาในการเกษตรในการอุปโภคบริโภคขณะนี้มีไม่พอเพียงพอ สำหรัยพี่น้องเกษตรกร ที่เพาะปลูกอยู่ใกล้ลำน้ำชี ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้จะทำนาได้เพียงแค่ครั้งเดียวต่อปีในช่วงหน้าฝน ซึ่งหลังจากนั้นไปน้ำในลำน้ำชีจะเออเข้าท่วมที่นาของเกษตรกรที่อยู่ริมลำชีจนหมด
ซึ่งในทุกปีที่ผ่านมาน้ำในลำน้ำชีก็จะมีน้ำพอเพียงให้เกษตรกรได้เพราะปลูกทำนาได้แต่มาในปีนี้สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงเริ่มส่อเค้าวิกฤษ จึงต้องลงพื้นที่มาทำความเข้าใจและหารือเพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนให้กับเกษตรกรและผู้ที่ใช้น้ำประปารวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้าสู่สภาวะขาดแคลนน้ำ จนอาจจะเกิดการที่ชาวบ้านทะเลาะแย่งชิงน้ำกันซึ่งทางจังหวัดเองก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทางจังหวัดได้มีการติดตามศึกษา และได้เชิญทุกฝ่ายหาทางช่วยกันแก้ไข
โดยเมื่อวันที่18ก.ค.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมและได้มีมติในการปล่อยน้ำจากบึงละหานมาจำนวนรวม700,000 ลบ.ม.จากปัจจุบัน บึงละหานมีน้ำอยู่ 16 ล้านลูกบาศก์เมตรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเป็นน้ำดิบเพื่อผลิตประปาใช้ในชุมชน ในเขตตำบลบ้านค่าย อำเภอเมืองชัยภูมิเชื่อมต่ออำเภอเนินสง่า โดยได้ประสานขอความร่วมมือจากเกษตรกรและสถานีสูบน้ำไฟฟ้าที่บ้านโนนจาน, บ้านกันกง, บ้านลี่,บ้านโคกแพงพวย, บ้านเสี้ยว,น้อยรวม 5 แห่ง ที่อยู่ต้นน้ำชี ช่วยหยุดสูบน้ำก่อนเพื่อจะนำน้ำดิบไปผลิตประปาแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตอำเภอเมืองเมืองและอำเภอเนินสง่าก่อนชั่วคราว ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และคาดว่าปริมาณมวลน้ำดิบที่ปล่อยมาจากบึงละหานในครั้งนี้น่าจะเพียงพอใช้ผลิตน้ำประปาโดยไม่ขาดแคลนให้กับพี่น้องประชาชนไปได้ประมาณ1-2เดือน ในเบื้องต้น
และที่ผ่านมาทางจังหวัดได้มีการประสานไปยังหน่วยฝนเทียม เพื่อที่ให้ทำฝนเทียมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนแต่เนื่องด้วยสภาพอากาศ รวมทั้งเพราะปัจจัยหลายอย่างไม่เอื้ออำนวยจึงทำให้ล้มเหลวและไม่เกิดฝนตกในพื้นที่ แต่ทางจังหวัดก็ ได้มีการสั่งการ กับนายอำเภอทั้ง16อำเภอผู้นำชุมชน ,ข้าราชการปกครอง,ทุกหมู่บ้าน ,ให้สอดส่องดูแลแจ้งเตือนทำความเข้าใจกับประชาชนเกษตรกรถึงสถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบัน และมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปตามลำดับ
จึงอยากจะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคนว่า ในขณะนี้จังหวัดชัยภูมิได้ประสบวิกฤติภัยแล้งในปีนี้จึงขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด จนกว่าจะพ้นวิกฤตนี้ไปได้ร่วมกันอีกต่อไปด้วย ////
ชัยภูมิ/มัฆวาน วรรณกุล