จ.ราชบุรี วางมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5
วันที่ 23 ม.ค.62) ที่ห้องประชุมหลวงยกกระบัตร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี นายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยนายปิยะ พรหมสถิต ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 4, นายสุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี และนายประกอบ คงเขียว อุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ได้ร่วมแถลงการวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้สื่อข่าวทุกแขนงเข้าร่วมรับฟังการวางมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ตามที่จังหวัดราชบุรีได้จัดประชุมติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2562 พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศเกินมาตรฐาน (50ไมโครกรัม/ลบ.ม.) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยฝุ่นละอองเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงยานพาหนะ กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง เช่น เผาวัสดุการเกษตร เผาขยะ รวมถึงไฟป่า เกิดจากการก่อสร้าง เช่น การสร้างอาคาร การวางท่อ การก่อสร้างถนน
โดยทางจังหวัดราชบุรีได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ได้แก่ 1.การวางมาตรการเชิงพื้นที่ เช่นพื้นที่ป่าสงวน/ป่าอนุรักษ์ ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เป็นหน่วยรับผิดชอบในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการควบคุมไฟป่าโดยจัดทำแนวป้องกันไฟ การจัดกำลังลาดตระเวนให้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยและอาสาสมัครภาคประชาชน บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ห้ามเผา พร้อมทั้งบูรณาการประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานทหารและกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่า ตลอดจนให้ผู้นำท้องที่ กำนัน /ผู้ใหญ่บ้าน สร้างกฎกติกาการห้ามเผาป่าขึ้นมาบังคับใช้กันเองในหมู่บ้าน/ชุมชน และจัดทำบัญชีผู้มีพฤติกรรมการเข้าป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์
พื้นที่เกษตรกรรม ให้อำเภอหน่วยสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่เป็นหน่วยรับผิดชอบในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การห้ามเผาเด็ดขาด และการรณรงค์ให้มีการใช้สารย่อยสลายหรือไถกลบตอซังข้าว/ข้าวโพด/ซากวัชพืชฤดูแล้งและการแปรวัสดุการเกษหตรเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การทำสารชีวมวล การทำปุ๋ยหมัก การทำอาหารสัตว์ ตลอดจนให้ผู้นำท้องที่ กำนัน / ผู้ใหญ่บ้าน จัดอาสาสมัครเฝ้าระวังไม่ให้เกษตรกรลักลอบเผา
พื้นที่ชุมชน/เมืองให้จังหวัด อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดกฎกติการ่วมกันชอบชุมชน โดยใช้กลไกประชารัฐในการเฝ้าระวังป้องกันการเผาในพื้นที่ชุมชน/เมืองและให้จัดชุดปฏิบัติการประจำตำบล/หมู่บ้าน เข้าร่วมประชุมชี้แจงกับคณะกรรมการหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ทราบมาตรการและแนวทางดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัด
พื้นที่ริมทางให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการจัดกำลังอาสาสมัครภาคประชาชนทำการลาดตระเวน เฝ้าระวังและกำจัดวัสดุ ขยะ ใบไม้แห้งที่เป็นเชื้อเพลิงในพื้นที่ริมทาง เพื่อไม่ให้มีเชื้อไฟและใช้เป็นแนวกันไฟให้อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรมรณรงค์ สัปดาห์ป้องกันและควบคุมฝุ่นละออง สร้างความรู้ประชาชนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ
2.การวางมาตรการแก้ไขปัญหาการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากยานยนต์ให้สำนักงานขนส่งจังหวัด เข้มงวดในการตรวจควันดำของรถยนต์ทุกประเภท ทั้งในส่วนที่ขนส่งดำเนินการเองและตรอ.ดำเนินการ
3.การวางมาตรการแก้ไขปัญหาการเผาไหม้เชื้อเพลิงและฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเข้มงวดในการตรวจสอบการปล่อยควันของโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ในมาตรฐานของกฏหมาย และตรวจกองวัสดุในโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจแพร่กระจายฝุ่นได้ พร้อมทั้งให้จัดทำสิ่งป้องกันเพื่อไม่ให้ฝุ่นแพร่กระจาย
4.การวางมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้าง ให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่มีโครงการก่อสร้าง ดำเนินการควบคุม กำชับให้ผู้รับจ้างจัดให้มีสิ่ง
ป้องกันการกระจายของฝุ่นตามกฎหมาย
5.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดรถฉีดน้ำทำความสะอาดอาคาร สถานที่ ถนน และพื้นที่สาธารณะที่รับผิดชอบเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่จะกระจายอยู่ในอากาศ
6.ให้สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัด ประสาน อสม. ฝึกทำหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองแบบง่าย ๆ
ส่วนทางด้านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี ได้เร่งกำชับให้ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบ กำหนดมาตรการและปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันมิให้เกิดหรือลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่มีสาเหตุจากกระบวนการอุตสาหกรรม รวมทั้งให้ทำการสำรวจการประกอบกิจการอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง อันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาดังกล่าว และเข้าตรวจสอบกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรงงานที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เช่น โรงงานที่มีหม้อไอน้ำโดยใช้เชื้อเพลิงแข็งเป็นเชื้อเพลิง และโรงงานที่กระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดฝุ่นในปริมาณมาก เช่น โรงโม่หิน โรงงานผลิตแอสฟัลท์ติก โรงงานผลิตคอนกรีตสำเร็จรูปเพื่อการก่อสร้าง เป็นต้น และหากตรวจพบการดำเนินกิจการมีการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป
สำหรับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรีให้ข้อมูลด้านสุขภาพ PM2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผม ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ ฝุ่นละอองดังกล่าวสามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมกระบวนการทำงานในอวัยวะต่าง ๆ เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง การจราจรหนาแน่น ควันดำจากท่อไอเสีย เป็นต้น มีผลต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก (อายุ 0-5 ปี) ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยเรื้อรัง
ทั้งนี้ผลกระทบต่อสุขภาพหากได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในระยะเฉียบพลันกลุ่มคนปกติจะมีอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ ระคายเคืองเยื่อบุตา น้ำตาไหล คันตา ขณะที่กลุ่มเสี่ยงจะมีอาการถ้าเป็นหอบหืด ก็จะมีอาการหอบมากขึ้น ถ้ามีอาการทางโรคหัวใจจะแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ในระยะยาว ถ้ามีการสะสมฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมมากๆ เป็นเวลานาน
อาจก่อให้เกิด โรคมะเร็งได้
นายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้กล่าวว่า.. วิธีการป้องกันและแนวทางการปฏิบัติ ควรหลีกเลี่ยงในการออกไปสถานที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หากจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านประชาชนทั่วไปให้สวมหน้ากากอนามัยทั่วไป แต่กลุ่มเสี่ยงต้องใช้หน้ากากอนามัย N95 ซึ่งหาซื้อได้ในร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อ แต่ช่วงนี้ N95 ขาดตลาดจะหาซื้อได้ยาก ดังนั้นหากไม่จำเป็นกลุ่มเสี่ยงควรเลี่ยงออกจากบ้าน จากงานวิจัยว่าการใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาแล้วนำกระดาษทิชชู มาซ้อนอย่างน้อย 2-3 ชั้นนั้น เป็นการป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 ในเบื้องต้น แต่ความสามารถในการใช้งานอาจไม่เทียบเท่า N95 ซึ่งใช้กับประชาชนทั่วไปได้ แต่กลุ่มเสี่ยงต้องใช้หน้ากากอนามัย N95
อย่างไรก็ดีข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ราชบุรี ช่วงวันที่ 1 - 20 มกราคมที่ผ่านมา จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติ บริเวณสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ต.หน้าเมือง อ.เมืองฯ จ.ราชบุรี ประสบกับภาวะคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ได้นำข้อมูลย้อนหลังค่า PM 2.5 รายชั่วโมง จากเว็บไซต์ “รายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย” (http://air4thai.pcd.go.th) มาวิเคราะห์ แนวโน้มคือช่วงเวลาห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนจะมีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 สูงสุด แล้วจะค่อยๆลดลง จะมีปริมาณต่ำสุดช่วงเวลา 15.00 – 17.00 น. แล้วจะค่อยๆมีปริมาณสูงขึ้นจนถึงห้าทุ่มอีกครั้ง