ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาหมีควายจับตัวส่งกลับคืนป่า

ภูมิภาค10 ก.ย. 2563 • 17:28 น.
ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาหมีควายจับตัวส่งกลับคืนป่า
เมื่อเวลา 16.00น.วันที่ 10 กันยายน 2563 นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่8(ขอนแก่น) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการจับหมีควาย เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ออกเดินเท้า และใช้โดรนบินสำรวจตรวจตราในพื้นที่ป่าชุมชนแล้วพบจุดน่าสงสัยว่าจะเป็นที่หลบซ่อนของหมีหรือไม่ ในกลางป่าลึกและทึบ จึงได้จัดกำลังคนเดินเท้าให้แน่นหนาพร้อมทีมยิงยาสลบ เดินเท้าเข้าไปในจุดดังกล่าว เนื่องจากยังไม่มีใครกล้าเข้าไป โดยกระจายกำลังกันออกเป็น 4 ทิศ เมื่อเข้าไปถึงจุดให้จุดประทัดส่งเสียง ขับไล่หมีออกจากที่ซ่อนตัว เป็นการกระชับพื้นที่ให้เล็กลง ส่วนจะจับได้สำเร็จหรือไม่ ยังให้คำตอบไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็ต้องปลอดภัยทุกคนด้วย และถ้าวันนี้ไม่สำเร็จก็ต้องขอกำลังเสริมและขอให้ทางกรมฯส่งกำลังเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมนำกรงใส่อาหารล่อหมีให้เข้ากรงจำนวน 7 กรง วางตามจุดต่างๆ เพราะหมีหลบหนีอดอาหารมาหลายวันอาจจะสามารถจับหมีในช่วงค่ำนี้ได้ พร้อมทั้งส่งโดรนตรวจจับความร้อนค้นหาตอนกลางคืนเพราะในช่วงเช้าตรู่และกลางคืนจะได้ประสิทธิภาพดีที่สุด และขอยืนยันว่า ยังไม่มีร่องรอยการออกนอกพื้นที่ของหมีแต่อย่างใด เพราะเจอมูลและร่องรอยการนอนของหมีในพื้นที่ใกล้ป่าทึบ "คณะยังคงได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายของหมี จำนวน 3 ราย คือ น.ส.สุภาภรณ์ จันวัน อายุ 20 ปี สาวท้องแก่ใกล้คลอด ที่บ้านเลขที่ 411ม.1 บ้านโคกป่ากุง ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และเยี่ยมหญิงสาวคนที่ถูกหมีกัดที่ขา รวมถึงเยี่ยมกำนันตำบลบริบูรณ์ด้วย ซึ่งการลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจคนเจ็บจากหมีตัวดังกล่าวนั้น จะเยี่ยมให้ครบทุกคน เพื่อให้กำลังใจ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องให้กำลังใจและกัน" ด้าน น.ส.สุภาภรณ์ จันวัน อายุ 20 ปี สาวท้องแก่ใกล้คลอด กล่าวว่า ตั้งครรภ์ลูกคนแรก อัตราซาวแล้วเป็นเพศหญิง อายุ ครรภ์ 8 เดือนกว่า ใกล้คลอดในช่วงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ในวันเกิดเหตุ ทราบข่าวลือว่ามีหมีออกมาหากินในไร่อ้อย ไม่ได้มามุงดูการตามจับหมี แต่ออกมาซื้อไอศกรีมกิน ขณะยืนกินไอศกรีม หมีวิ่งข้ามถนนมากัดหญิงอีกรายที่ยืนอยู่ใกล้กัน และวิ่งชนตัวเองจนล้มลง จากนั้นท้องก็แข็ง จึงถูกส่งไปรพ.สีชมพู กระทั่งลูกดิ้นและอาการเป็นปกติ แพทย์จึงให้กลับบ้าน ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแค่พักผ่อนเพื่อลอดลูกในสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ น.ส.นันทิตา รักษาชาติ นายสัตว์แพทย์ชำนาญการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8(ขอนแก่น) กล่าวกับผู้สื่อข่าว ถึงการปฏิบัติตัวของประชาชน เมื่อพบเจอกับหมี ว่า ให้รีบวิ่งหนี หรือส่งเสียงดังให้หมีรู้ตัว ห้ามนอนและแกล้งตาย เพราะจะไม่ปลอดภัย อาจจะถูกหมีทำร้ายได้ ข้อควรปฏิบัติที่เคร่งครัดที่สุดคือ วิ่งหนีให้ไกล ให้หาที่กำบัง ห้ามเผชิญหน้าเด็ดขาด เพราะหมีจะทำร้ายได้ส่วนพฤติกรรมของหมีนั้น จะออกหาอาหารกินในช่วงเช้ามืด และช่วงหัวค่ำ เมื่ออิ่มแล้วก็จะหลบซ่อนตัว นอนพักผ่อน จึงขอแนะนำชาวบ้านว่า อย่าเผชิญหน้า และอย่าปะทะหมีเพียงลำพัง ถ้าพบเห็นให้รีบหนีโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกหมีทำร้ายได้ ในขณะที่หมี ถ้าพบเห็นผู้คน หรือสัตว์อื่นก็จะส่งเสียงคำรามขู่ จะไม่ปะทะ และจะหลีกเลี่ยงการปะทะแบบประชิดตัว แต่จะส่งเสียงเพื่อข่มขู่ให้หนีออกห่างจากพื้นที่ ที่หมีอาศัยอยู่ ประชาชนควรอยู่ในที่ปลอดภัย หลีกเลียงการเข้าไปในป่าที่รก และชื้น “แต่ถ้าบังเอิญพบเจอหมีแบบคาดไม่ถึงพยายามวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด หรือหากำบังหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ซึ่งหากอยู่ใกล้หมีในระยะที่หมีเห็นเรา หรือเรามองเห็น หมีจะมีการส่งเสียงร้องคำราม ซึ่งเป็นการแสดงการเตือนว่าฉันอยู่นี่ ตรงนี้เป็นระยะปลอดภัยของฉัน คนอื่นไม่ควรมาอยู่ใกล้ เพราะหมีก็กลัวคนเหมือนที่คนกลัวหมีเช่นกัน จังหวะนั้นให้รีบวิ่งหนีทันที และในทฤษฎีที่บอกว่าเจอหมีให้แกล้งตายนั้น แนะนำว่าใช้ไม่ได้ถ้าเจอต้องวิ่งให้เร็วที่สุด ย้ำอีกครั้งว่าในทฤษฎีที่บอกว่าเจอหมีให้แกล้งตายนั้น แนะนำว่าใช้ไม่ได้ถ้าเจอต้องวิ่งให้เร็วที่สุด