เสียหายเกือบ 4 ล้านบาท "ปฏิรูปที่ดิน" ขยายผลฟันเอาผิด "นายทุน" ลอบขุดดินขาย
นครพนม ปฏิรูปที่ดิน ประเมินค่าความเสียหายเกือบ 4 ล้านบาท แจ้งความเอาผิดเกษตรกร ขยายผลสู่นายทุน ทั้งแพ่ง อาญา ฐานความผิดลักลอบขุดที่ดิน สปก.ขาย อ้างนำไปก่อสร้างทางหลวงคมนาคม เชื่อเป็นการฉวยโอกาสลดต้นทุนก่อสร้าง ของผู้รับจ้าง ซับงานอีกทอด ด้านเกษตรกรซัดทอด จำนำกับนายทุน ก่อนถูกลอบขุดดินขาย พบเบาะแสมีนักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยว ประสานตำรวจสอบสวนเอาผิด
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณี นายชัชวาล ทรัพย์แก้วยอด ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ทีมกฎหมาย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ เอาผิด กรณีมีชาวบ้าน พื้นที่ บ้านคำเตย หมู่ 16 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ร้องเรียนกลุ่มนายทุนผู้รับเหมาที่ซับงานอีกทอดจาก โครงการก่อสร้างถนนทางหลวง กรมทางหลวง มีการลักลอบขุดดินลูกรัง ในพื้นที่ สปก. โดยผิดกฎหมาย อ้างนำไปดำเนินการก่อสร้างโครงการ ขยายทางหลวงหมายเลข 2032 สาย บ้านท่าดอกแก้ว – อ.ศรีสงคราม ระยะทางประมาณ เกือบ 30 กิโลเมตร เพื่อนำดิน จากพื้นที่ สปก.ไปถมที่ดินช่วงขยายเส้นทางการจราจร โดยฉวยโอกาสซื้อขายกับชาวบ้านราคาต้นทุนต่ำ และมีระยะทางใกล้ในการบรรทุกขนส่ง ลดต้นทุนหวังโกยกำไร จนกระทั่งมีการลงพื้นที่ตรวจสอบพบการกระทำผิด เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเกี่ยวกับการดำเนินคดี ทางด้าน นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มีคำสั่งให้ นายชัชวาล ทรัพย์แก้วยอด ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครพนม นำทีมกฎหมายรวบรวมหลักฐาน เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ศักรินทร์ โพธินาม สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อสอบสวนเอาผิดบุคคลเกี่ยวข้อง ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยทางตำรวจได้เชิญเจ้าของที่ดิน ทั้ง 2 แปลง มาสอบสวนเบื้องต้น พบเป็นที่ดิน สปก.4-01 อยู่ในการครอบครองของ นางสาวบุดชบา (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อาชีพเกษตรกร มีเนื้อที่ จำนวน 18 ไร่ ส่วนแปลงที่ 2 เป็นของ นายสุ(สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี เป็นเกษตรกร พิการมาแต่กำเนิด ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา และให้ญาติพี่น้องดูแลครอบครองทำกินแทน เนื้อที่รวม 18 ไร่ ก่อนที่จะมีการนำไปจำนำกับนายทุน และเกิดปัญหาลักลอบขุดดินออกไปขาย ถือว่าเป็นการลักทรัพย์แผ่นดิน โดยทางด้านสำนักงานปฏิรูปที่ดินได้เร่งสอบสวน ตั้งคณะกรรมการประเมินสรุปความเสียหายแล้ว มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 3.9 ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการประสานกับทางตำรวจ สภ.ท่าอุเทน รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญา กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ เข้าไปเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิด
ทั้งนี้ทาง นายชัชวาล ทรัพย์แก้วยอด ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครพนม ระบุว่า ได้มีการสอบสวน เบื้องต้น สำหรับ นางสาวบุดชบา (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ยืนยันว่าเป็นเจ้าของพื้นที่จริง ส่วนการตกลงซื้อขาย หรือเหตุผลที่ยินยอมให้นายทุนเข้าไปดำเนินการขุดดินออกจากพื้นที่ไปขาย เพราะก่อนนี้ได้นำที่ดิน ไปจำนำกับนายทุน จนกระทั่งมาทราบภายหลังว่า นายทุนมีการลักลอบขุดดินขาย ซึ่งทางทีมกฎหมายได้มีการสอบสวนขยายผล หาบุคคลเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายร่วมกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครพนม อยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลรวบรวมหลักฐาน เพื่อมอบให้กับทางตำรวจดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดทางอาญา ส่วนทางแพ่งทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จะได้พิจารณากับทีมกฎหมายเรียกร้องเอาผิดทางแพ่งกับบุคคลเกี่ยวข้อง ส่วนเกษตรกรที่ครอบครองตามกรรมสิทธิ์หากพบว่ากระทำผิดจะต้องถูกเพิกถอนการครอบครอง หรือหากมีหลักฐานยืนยันได้ว่า มีบุคคลหรือนายทุน เข้าไปลักลอบดำเนินการ จะได้ขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ถึงที่สุด ส่วนอีกแนวทางหากสามารถชดเชยความเสียหาย หรือดำเนินการคืนสภาพพื้นที่ให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิม อาจจะมีช่องทางยกเว้นความผิด แต่หากพบว่าบุคคลใดกระทำผิด ทางปฏิรูปที่ดินจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง