'สฤษฏ์พงษ์'  ผุดไอเดีย แนะกรมทางหลวง จัดสรรที่ดินเกาะกลางถนนเซาท์เทิร์นซีบอร์ด 1.5 หมื่นไร่ ถูกทิ้งร้าง ให้ ปชช.ใช้ประโยชน์ 

ภูมิภาค18 ต.ค. 2565 • 16:06 น.
'สฤษฏ์พงษ์'  ผุดไอเดีย แนะกรมทางหลวง จัดสรรที่ดินเกาะกลางถนนเซาท์เทิร์นซีบอร์ด 1.5 หมื่นไร่ ถูกทิ้งร้าง ให้ ปชช.ใช้ประโยชน์ 

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายสุพจน์ บุญยัง นายกเทศมนตรีตำบลปลายพระยา จ.กระบี่ เพื่อสำรวจถนนเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสะพานเศรษฐกิจ (Land Bridge) เชื่อมโยงระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย สร้างโดยกรมทางหลวง ก่อสร้างเป็น 4 ช่องจราจร มีเขตทางหลวงรวม 200 เมตร หรือเกาะกลางถนน ที่กันพื้นที่วางท่อส่งน้ำมัน และทางรถไฟ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2542 ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 โดยใช้งบประมาณ 3,500 ล้านบาท  
 
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งพบว่าบริเวณเกาะกลางถนน ปัจจุบันเกิดความรกร้าง มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชน ที่ใช้ถนนสายดังกล่าวในการสัญจรไปมา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน นอกจากนี้พบว่าบางแห่งของเกาะกลางถนน ยังมีต้นปาล์มน้ำมันและต้นยางพารา ซึ่งเป็นผลอาสินที่รัฐเวนคืนแล้วแต่ยังไม่มีการทำลาย จึงทำให้บางคนเข้าไปแอบอ้างจับจองเป็นเจ้าของ ถึงขั้นทำร้ายกันจนบาดเจ็บและเสียชีวิตก็มี ซึ่งสามารถที่จะนำพื้นที่มาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ได้   
 
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวเพิ่มอีกว่า ตรงเกาะกลางถนนสายนี้ เนื้อที่ประมาณ 1.5 หมื่นไร่ ยาวประมาณ 133 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้เกิดความรกร้างและแย่งที่ดินกัน อยากเรียกร้องให้กรมทางหลวง เจ้าของพื้นที่ นำที่ดินมาจัดสรรให้ประชาชน เข้าทำประโยชน์ ในระหว่างที่กรมทางหลวงยังไม่มีโครงการอะไร โดยให้ชาวบ้านทำในรูปแบบกลุ่ม หรือสหกรณ์ก็ได้ หรือให้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะปลูกดอกไม้สวยงาม อาทิ ไร่ทานตะวัน หรืออื่นๆตลอดสาย ปรับปรุงสร้างที่พักรถ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เชื่อว่าถนนสายนี้ จะไม่รกร้อง และจะกลายเป็นแลนมาร์คจุดเชคอินใหม่ทันที 
    
ด้านนายสุพจน์ บุญยัง นายกเทศบาลตำบลปลายพระยา กล่าวว่า ถนนเซาท์เทิร์นซีบอร์ด บางตอนตัดผ่านเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตนอยากให้ทางกรมทางหลวงนำที่ดินมาปรับปรุง ดีกว่าปล่อยให้รกร้าง สร้างเป็นจุดพักรถ หรือสร้างสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ก็ยังทำได้ โดยให้ท้องถิ่นดูแล หรือให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ จะป้องกันการบุกรุกพื้นที่ และลดความขัดแย้งได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งตนจะฝากเรื่องนี้โดยผ่าน ส.ส.สฤษฏ์พงษ์ นำเรื่อง ไปหารือในสถาผู้แทนราษฎรต่อไป ดีกว่าปล่อยที่ดินให้รกร้างว่างเปล่า  

​​​​​​​