ทต.ขุนยวม จัดงานสายสัมพันธ์มิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น รำลึกถึงประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ภูมิภาค20 พ.ย. 2563 • 02:16 น.โดย ทศพล
ทต.ขุนยวม จัดงานสายสัมพันธ์มิตรภาพไทย  -  ญี่ปุ่น  รำลึกถึงประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งเสริมการท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.63 ที่ผ่านมา นายฮิโรชิ มัทสึโมะโตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายชนก มากพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน สายสัมพันธ์มิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น อำเภอขุนยวม ประจำปี 2563 ณ อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอขุนยวม โดยเทศบาลตำบลขุนยวม กำหนดจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 20 พ.ย.63 โดยมีกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ได้แก่ การประกวดนางงามมิตรภาพ ไทย – ญี่ปุ่น การแสดงมินิคอนเสิร์ต ศิลปินล้านนา ศิลปินท้องถิ่น การแสดงของเด็กนักเรียน / พี่น้องประชาชนชาวอำเภอขุนยวม การแสดงนิทรรศการมีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าOTOP ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำหรับผลการประกวดนางงามมิตรภาพ ไทย – ญี่ปุ่น สาวงามผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ หมายเลข 7 นางสาวสุพิชชา เรือนแก้ว (ชุมชนป๊อกเด่นนางแดงและป๊อกกลางตลาด) ส่งเข้าประกวด , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 หมายเลข 1 นางสาวจีรณา ไพรหอมรื่น (เทศบาลตำบลแม่ลาน้อย) ส่งเข้าประกวด และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 หมายเลข 10 นางสาวจันทร์ธิพร จันลอง (เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน) ส่งเข้าประกวด สำหรับ อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอำเภอขุนยวม ซึ่งอดีต อำเภอขุนยวม เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ทางด้านความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นมายาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เทศบาลตำบลขุนยวมจึงร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก่อสร้างอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย - ญี่ปุ่น แห่งนี้ ขึ้นอย่างเป็นทางการและจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงและสร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวรและยั่งยืน ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่สอง ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ไม่มีสถานที่ใดเหมือน เพราะเป็นการรำลึกถึงทหารญี่ปุ่นที่เดินทางมาตั้งค่ายพักแรมอยู่ที่ขุนยวมในระยะเวลายาวนาน โดยตลอดช่วงเวลานั้นไม่มีภาพความโหดร้ายของสงคราม หรือภาพการสู้รบ แต่เป็นภาพแห่งความผูกพันและมิตรภาพระหว่างกันของสองชนชาติที่ประสบชะตากรรมร่วมกัน จนกลายเป็นความผูกพันแน่นแฟ้น ซึ่งความผูกพันและมิตรภาพนั้นยังคงมีมาสืบเนื่องตราบเท่าทุกวันนี้