ครอบครัวอดีตนายทหาร​วัย​61 ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกชายอ้างตัวเป็นคนสีเขียวใช้อิทธิพลบุกรุกที่ดินกว่า​50​ไ​ร่ที่กาญจน์

ภูมิภาค31 ม.ค. 2564 • 08:55 น.
ครอบครัวอดีตนายทหาร​วัย​61 ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกชายอ้างตัวเป็นคนสีเขียวใช้อิทธิพลบุกรุกที่ดินกว่า​50​ไ​ร่ที่กาญจน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ เมื่อเวลา​ 15.00​ น.ของวันที่​30 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา​ นางพัชรี ดำรงค์สกุล อายุ 61 ปี บุตรสาวร้อยเอกอิทธิพล ดำรงค์สกุล ซึ่งเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่เข้าไปบุกเบิกอาศัยทำมาหากินอยู่ในพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อปี​พ.ศ. 2515 โดยนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อสื่อมวลชน หลังจากที่ดิน​ ภบท.5​ จำนวนกว่า​ 50​ ไร่ในพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน ซึ่งเป็นมรดกจากคุณพ่อ ได้ถูกผู้ชายคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นทหาร​ เข้ามาบุกรุก ยึดถือครอบครอง แถมยังอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทั้งที่ไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ​ มายืนยัน เคยไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี​ สำนักงานธนารักษ์จังหวัดกาญจนบุรี​ และ​ อบต.บ้านเก่า ซึ่งนางพัชรี​ และครอบครัว​ ได้เคยเดินทางเข้าไปร้องเรียนขอความเป็นธรรม​ แต่กลับไม่มีการดำเนินการตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริงใดๆ​ เรื่องกลับเงียบหาย นางพัชรี กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า ถือเป็นพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่ป่า ผู้ที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นชนกลุ่มน้อยเสียเป็นส่วนใหญ่​ จนกระทั่ง​ รอ.อิทธิพล คุณพ่อของเธอ ซึ่งในขณะนั้นรับราชการเป็นทหารหน่วยข่าวกรอง ได้เดินทางเข้าไปทำงานและอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน ซึ่งถือเป็นคนไทย กลุ่มแรกที่เข้าไปบุกเบิกพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน และมีการทำกิน ทั้งการทำเหมืองแร่ ปลูกไม้เบญจพรรณ อยู่ในพื้นที่จำนวนกว่า 50 ไร่ ก่อนจะมอบที่ดินดังกล่าวให้เป็นมรดกกับลูกๆหลานๆ​ โดยมีหลักฐาน เป็นร่องรอยการทำกิน พร้อมด้วยทะเบียนบ้าน และเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่​ ภบท.5​ ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเก่า มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อช่วงปี 2561 ได้ปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง อ้างตัวเป็นทหาร​ ได้เข้ามาบุกรุกที่ดินแปลงที่​ รอ.อิทธิพล พ่อของตนมอบให้เป็นมรดกกับลูกหลาน โดยนำรถแบคโฮเข้ามาตักดินในพื้นที่ และตัดไม้ที่​ รอ.อิทธิพลได้ปลูกเอาไว้จนเกือบหมด แถมผู้ชายคนดังกล่าวยังได้อ้างว่าที่ดินที่เข้ามาบุกรุกนั้นเป็นที่ดินของตัวเอง ทั้งที่ไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ​ มายืนยันแต่อย่างใด หลังพบว่ามีการบุกรุกที่ดินในพื้นที่ตนพร้อมด้วยครอบครัว​ จึงได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าว ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องในชั้นศาล กระทั่งรัฐบาล ได้มีโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณบ้านพุน้ำร้อน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีการเวนคืนที่ดิน และจัดสร้างหน่วยงานราชการหลายแห่งในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ของตน​ ไม่ได้ถูกเวนคืนมีการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ครอบครองอยู่เก่าได้ยื่นเรื่องขอเช่าพื้นที่จากกรมธนารักษ์​ เพื่อใช้ประโยชน์ ตนและครอบครัว​ จึงได้ไปยื่นเรื่อง เพื่อขอเช่าพื้นที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงมรดกดังกล่าว โดยมีผู้นำชุมชนในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเก่า เป็นพยานยืนยันในการเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวมาแต่เดิมของครอบครัวนางพัชรีอีกทั้งนางพัชรี ยังได้นำเอาเอกสารภาพถ่ายร่องรอยหลักฐานการทำประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงเอกสารทะเบียนบ้าน และใบเสร็จการเสียภาษีบำรุงท้องที่​ สำเนา​ ภบท.​5ในที่ดินแปลงดังกล่าวมาเป็นหลักฐานในการยื่นเรื่องขอเช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ แต่ไม่สามารถดำเนินการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากถูกชายที่อ้างเป็นทหารได้บุกรุกที่ดินแปลงดังกล่าวนี้ ยื่นคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ ถึงแม้ครอบครัวของนางพัชรีจะได้นำพยานบุคคล​ และพยานหลักฐานต่างๆเข้าไปชี้แจง แต่เจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์ก็ยังยืนยันว่า​ ไม่สามารถดำเนินการให้กับครอบครัวของนางพัชรีใช้สิทธิ์เช่าที่ดินเพื่อทำประโยชน์ได้ ที่ผ่านมา นางพัชรี​ และครอบครัวพยายามยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานหลายหน่วยงาน​ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเกรงว่าที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นที่ดินมรดกมาจากรุ่นพ่อ จะถูกชายคนดังกล่าวยึดเอาที่ดินแปลงดังกล่าวไปเป็นของ​ จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน ซึ่งนางพัชรี​ และครอบครัว ยืนยันที่จะเดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมโดยจะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ว่า​ ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์จะเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อทำประโยชน์ต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ที่ผ่านมาในอดีต​ พื้นที่บ้านพุน้ำร้อน​ ต.บ้านเก่า​ อ.เมือง​ จ.กาญจนบุรี​ เป็นพื้นที่​ ภบท.5​ ทั้งหมดซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์​ และ​ อบต.เป็นผู้ดูแล​ แต่หลังจากมีโครงการเศรษฐกิจพิเศษฯ​ เข้ามาทำการก่อสร้าง​ ที่ดินในสมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า​ และภูเขา​ แทบจะไม่มีผู้ใดสนใจเข้าไปอยู่อาศัย​ ราคาที่ดินก็แสนถูก​ มีผู้คนเข้าไปแผ้วถางทำไร่​ หรือสวนเกษตรเพียงไม่กี่​ 10​ รายรวมทั้ง​รายของ​ รอ.อิทธิพล​ นายทหารหน่วยข่าวกรอง​ในสมัยนั้น​ รวมอยู่ด้วย​ แต่ต่อมารัฐบาลมีโครงการพัฒนาพื้นที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ​ จึงมีการเวนคืนที่ดินบางส่วนเพื่อก่อสร้างสถานที่ราชการ​ จึงทำให้กลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล​ ตลอดจนผู้นำท้อวถิ่น บางคน​ เข้าไปจับจองที่ดินจำนวนหลายพันไร่ในเขต​บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า​ อ.เมือง​ จ.กาญจนบุรี​ ที่ไม่ถูกเวนคืน​มีราคาสูงขึ้น มีการใช้วิชามารทุกรูปแบบในการดำเนินการขอสิทธิ์ในการเช่า​ ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อครอบครองที่ดินในพื้นที่บ้านพุน้ำร้อนเพื่อนำไปขายสิทธิ์ให้แก่กลุ่มนายทุน​ จนทำให้ชาวบ้านหลายราย รวมทั้งครอบครัวของนางพัชรี​ ซึ่งได้รับมรดกจากผู้เป็นพ่อ​ ได้ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลาหลาย​ 10​ ปี​ นับตั้งแต่ยังไม่มีโครงการฯ​ ได้รับความเดือดร้อน​ และไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้จะมีเอกสาร​ ทะเบียนบ้าน​ ใบเสียภาษี​ ภบท.5​ ในการครอบครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินก็ตาม