รถเก๋งเสียหลักลงข้างทาง เหวี่ยงฟาดกระแทกต้นไม้ใหญ่ ดับ 1 เจ็บสาหัส 2
วันที่ 17 มี.ค.66 ร.ต.อ.ดนัย บุญทัน รอง สว.สอบสวน สภ.หนองบัวระเหว ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ตกถนนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่บนถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ บริเวณสะพานข้ามห้วยตากลาน เขตพื้นที่ ต.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร หนองบัวระเหว กู้ภัยสว่างคุณธรรมหนองบัวระเหว ชุดกู้ชีพ ตำบลโคกสะอาด รุดเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุ มีต้นไม้ใหญ่ ข้างถนนลึกลงไปประมาณ3เมตร พบรถเก๋งสีเทา ยี่ห้อ เปอร์โยต์ ทะเบียนชัยภูมิ ในสภาพด้านหน้าและด้านข้างฝั่งซ้าย พังยับเยินเนื่องจากรถเสียหลักฟาดมากระแทกเข้ากับไม้อย่างจัง กระจกด้านหลังแตกกระจาย มีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 2 คนทราบชื่อคือ นายกอบกิจ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี อยู่เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เป็นคนขับและ ร.ต.ท ชวลิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 76 ปี นั่งข้างมาด้วย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำตัวส่งรักษาที่ รพ.หนองบัวระเหว เป็นการด่วน ที่เบาะนั่งด้านหลัง พบผู้เสียชีวิตหนึ่งรายมีบาดแผลตามร่างกายและศรีษะ ทราบชื่อคือ นางรัชฏาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี อยู่หมู่ 4 ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ เสียชีวิตอยู่เบาะด้านหลังของรถ เจ้าหน้าที่ จึงได้นำร่างออกมาจากรถเพื่อให้ นพ.ภานุพงศ์ งวดชัย แพทย์ เวร รพ.หนองบัวระเหวฯ ทำการชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนจะส่งร่างไปเก็บไว้ที่ โรงพยาบาลเพื่อติดต่อญาติให้มารับไปบำเพ็ญ กุศลทางศาสนาต่อไป
สาเหตุ ที่รถเก๋งเสียหลักลงข้างทาง คือรถเหวี่ยงฟาดกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ รถกระเด็นตกถนนลึก 3 เมตร ดับ 1 เจ็บสาหัส 2 ราย สืบเนื่องจากจุดเกิดเหตุมีการสร้างถนนใหม่ เป็นถนนสี่เลนและเมื่อถนนสุดมีการบังขับรถบีบเข้าถนน 2 เลนอย่างกระชั้นชิดพร้อมกับเป็นคอสะพานพอดี บวกกับไม่มีป้ายหรือสัญญาณแจ้งเตือนจึงมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง และล่าสุดก็ได้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าวขึ้นในครั้งนี้ และจากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ คาดว่า คนขับอาจไม่ชินทาง เนื่องจากก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เป็นถนนสร้างใหม่ 4 เลนรถวิ่งสะดวก แต่จู่ๆก็ต้องมาเจอถนนคอขวดบีบเข้าคอสะพานเป็นถนน 2เลนซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง จึงทำให้รถที่วิ่งมาเสียการทรงตัวและเสียหลักพุ่งชนกับต้นไม้ก่อนที่รถจะพุงตกลงไปข้างถนนลึกราว 3 เมตร ในสภาพพังยับเยิน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 รายและเสียชีวิต1 ราย ในเหตุการณ์ ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้ผู้ขับขี่อาการดีขึ้นจะได้เรียกตัวมาสอบสวน หาสาเหตุอย่างละเอียดอีครั้ง พร้อมจะได้ประสานไปยังหน่วยงานและผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับถนนให้มาแก้ไขที่คอสะพานดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีกต่อไป