จับได้แล้วหนุ่มทาสยาบ้าก่อเหตุงัดบ้านแม่ค้าออนไลน์นครพนมแจ้ง 4 ข้อหาหนัก
ตำรวจสภ.นาแก แกะรอยจับได้แล้วหนุ่มทาสยาบ้า ก่อเหตุงัดบ้านเจ๊แวว แม่ค้าออนไลน์ สูญเงิน ทรัพย์สิน ร่วม 2 แสนบาท ภาพวงจรปิดบันทึกเป็นหลักฐานมัดตัวแน่น ก่อนตำรวจออกหมายจับ หนีกบดานพื้นที่สกลนคร แจ้ง 4 ข้อหาหนัก เจ้าตัวสารภาพติดยา ตกงานต้องการเงินไปใช้จ่าย เที่ยวดื่มเหล้า พบประวัติเคยก่อเหตุต้องคดีติดคุกมาก่อน
วันที่ 25 ตุลาคม 2565 พ.ต.อ.ภาณุศักดิ์ เสมอศรี ผกก.สภ.นาแก จ.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.ต.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สารวัตรสืบสวน สภ.นาแก พร้อมด้วย ร.ต.อ.คำสอน ไมสุวรรณ นำทีมตำรวจชุดสืบสวน ประสานงานร่วมกับ ทีมสืบสวน สภ.ตาดโตน ต.ห้วยยาง อ.เมือง สกลนคร นำหมายศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ.112/2565 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2565 เข้าจับกุม นายประกอบ อายุ 48 ปี ชาว ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ บุกรุกเคหสถาน ทำให้เสียทรัพย์ ก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2565 บ้าน เลขที่ 382 หมู่ 8 ชุมชนทุ่งสว่าง คุ้มประชาสามัคคี ถนนเทศบาล 1 เขตเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม
โดยมีผู้เสียหายเจ้าของบ้าน คือ น.ส.วรรณดานี หรือเจ๊แวว อายุ 41 ปี ประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายเครื่องสำอางค์ออนไลน์ และเปิดร้านค้าขายทั้งปลีก-ส่ง อุปกรณ์และวัตถุดิบชานมไข่มุก หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบหลักฐานกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้าย กำลังก่อเหตุ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับ โดยผู้ต้องหาหนีไปกบดานในพื้นที่จ.สกลนคร จนกระทั่งสามารถแกะรอยติดตามจับกุมได้ ขณะผู้ต้องหาไปอาศัยอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง เขต พื้นที่ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร จึงควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก
พร้อมนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านผู้เสียหาย ส่วนทรัพย์สินที่สูญหาย มีทั้งเงินสด รวมถึงทรัพย์สิน ทองรูป พรรณ นาฬิกา รวมมูลค่าประมาณ 2 แสนบาท หลังการจับกุมทางผู้เสียหายได้เดินทางมาที่ สภ.นาแก เพื่อดูหน้าคนร้าย และสอบถามถึงสาเหตุ ซึ่งยอมรับสารภาพเพราะไม่สามารถที่จะเรียกร้องค่าเสียหายคืนได้ ปล่อยให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก และเรียกร้องให้ดำเนินคดีในข้อหาหนักที่สุด
ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหา คือ นายประกอบ อายุ 48 ปี ชาว ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ให้การสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริง หลังวันเกิดเหตุขับรถจักรยานวนเวียนไปมาหลายรอบ พบว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ และดูจากสภาพบ้านเรือนเชื่อว่าจะมีทรัพย์สินในบ้าน จึงตัดสินใจปีนรั้วบ้าน เข้าไป ก่อนนำกรรไกรตัดหญ้า ที่วางไว้ข้างบ้านทุบกระจักหน้าบ้าน เข้าไปลักขโมยทรัพย์สิน อ้างว่าเอาแต่เงินสด แต่ไม่ทราบจำนวน ส่วนทรัพย์สิน ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ
ส่วนสาเหตุผู้ต้องหารับว่าติดยาเสพติด ไม่มีเงิน และต้องการนำเงินไปไถ่รถจักรยานยนต์ ที่ไปจำนำกับเพื่อนไว้ จำนวน 3,000 บาท ก่อนที่จะขับหลบหนีไปกบดาน ในพื้นที่ จ.สกลนคร โดยยอมรับอีกว่าวันก่อเหตุเสพยาเสพติด ต้องการนำเงินไปซื้อยาเสพติด และนำไปเที่ยวดื่มเหล้า นอกจากนี้ยังพบประวัติเคยก่อคดีลักทรัพย์มาก่อน พึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก่อนมาก่อเหตุซ้ำอีกและถูกจับกุมได้เป็นครั้งที่สอง