"บุรีรัมย์" บวงสรวง “เจ้าพ่อวังกรูด” เป็นสิริมงคลก่อนเริ่มงาน “แข่งเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานฯ” 

ภูมิภาค2 พ.ย. 2566 • 17:54 น.
"บุรีรัมย์" บวงสรวง “เจ้าพ่อวังกรูด” เป็นสิริมงคลก่อนเริ่มงาน “แข่งเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานฯ” 

 

ชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูด เป็นสิริมงคล ก่อนการจัดงาน “แข่งเรือยาวประเพณีจังหวัดบุรีรัมย์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ” 4-5 พ.ย.นี้ มีทีมแชมป์เรือจากสนามต่างๆ ร่วมชิงจ้าวยุทธจักรลำน้ำมูล ถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 5 แสนบาท พร้อมชวนเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัด 

  เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 พ.ย.66 ที่ข้างศาลเจ้าพ่อวังกรูด ริมแม่น้ำมูล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอสตึก พร้อมด้วย นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก  หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนชาวสตึก และพี่น้องชาวเรือ ได้ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อวังกรูด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพสักการะ  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวเรือ ขอให้การจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดบุรีรัมย์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ เป็นไปด้วยความราบรื่น ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นการรักษาประเพณีที่ดีงาม ขอให้ลูกเรือทีมเรือทุกทีมมีความปลอดภัยในการแข่งขัน ขอให้ปกปักรักษาคุ้มครองลูกหลานของเจ้าพ่อวังกรูด แคล้วคลาดปลอดภัย เจริญก้าวหน้ามั่นคงทางอาชีพการงาน ขอความอุดมสมบูรณ์พืชผลทางการเกษตร พร้อมกันนี้ ยังมีการรำถวายเจ้าพ่อวังกรูด 

ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อำเภอสตึก เทศบาลตำบลสตึก ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้านในอำเภอสตึก จัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดบุรีรัมย์  ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2566 ในวันที่ 4-5 พฤศจิกายน ณ ลำน้ำมูล บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี  หน้าที่ว่าการอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ 

เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นสื่อในการที่จะเชื้อเชิญให้แขกต่างถิ่นได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศและแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์

นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก กล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสื่อที่อธิบายถึงความเป็นมา ภูมิหลัง ประวัติศาสตร์ เมืองวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ และเป็นมรดกของชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ในอดีต ที่แสดงถึงการใช้ประโยชน์จากเรือและแม่น้ำ เป็นบ่อเกิดประเพณีวัฒนธรรม แม้ปัจจุบันการสัญจรทางเรือจะมีน้อย แม่น้ำก็ยังเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอีกมากมายหลายด้าน เช่น การเกษตร การประมง และการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์เพื่อประโยชน์สำหรับพี่น้องตลอดไป 

  ในปีนี้ มีทีมเรือยาวจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 27 ลำ ร่วมประชันฝีพาย ชิงจ้าวยุทธจักรแห่งลำน้ำมูล แบ่งการแข่งขันเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทเรือไม้ ก ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ ประเภทเรือไม้ ข ขนาดกลางไม่เกิน 40 ฝีพาย จำนวน 8 ลำ และประเภทเรือโลหะ (เรือท้องถิ่น) ไม่เกิน 36 ฝีพาย จำนวน 11 ลำ มีที่เดียวของประเทศไทย ซึ่งการแข่งขันทั้งสามประเภทเรือ ชิงถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 5 แสนบาท 

นายวีรวิชญ์ กล่าวต่อว่า ภายในงานจะมีขบวนแห่เทิดพระเกียรติ ขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯขบวนแห่ชุมชน 3 เผ่า ขบวนนางรำ ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวจังหวัดบุรีรัมย์เป็นการสื่อถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่น ส่วนการแข่งขันช้างว่ายน้ำข้ามลำน้ำมูล ในปีนี้งด เนื่องจากระดับน้ำมูลสูง

  นอกจากจะได้ชมการประชันฝีพายของบรรดาเรือยาวแต่ละลำที่สนุกสนานตื่นเต้นแล้ว ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากทุกท้องถิ่น ของกินของดีเมืองสตึก ให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก และของที่ระลึก ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาวบ้าน และผู้ผลิตสินค้าโอท็อปได้เป็นอย่างดี 

  จึงเชิญชวนให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว มาร่วมชมงานและสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีแข่งขันเรือยาว ให้อยู่คู่เมืองบุรีรัมย์ อีกทั้งการจัดงานประเพณีดังกล่าว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดในอีกทางหนึ่งด้วย” นายวีรวิชญ์ กล่าว