สุพรรณบุรีระดม 45 นาย ตั้งด่านรั้วใหญ่ เรียกตรวจ 742 คัน พบชาย 7 รายเสพยา
ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง ผนึกกำลังเปิดปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดในพื้นที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี คุมเข้มอาวุธปืน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย ป้องกันเหตุรุนแรงและอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน ผลการปฏิบัติเรียกตรวจพาหนะ 742 คัน พบชายมีสารเสพติดในร่างกาย 7 ราย ก่อนบันทึกข้อมูลและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามขั้นตอน
วันที่ 11 ก.ย.69 ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จังหวัดสุพรรณบุรีจึงเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนปฏิบัติการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”
โดย นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พันเอก ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี (ท.) และ นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี มอบหมายให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ร่วมกับ พ.ต.อ.บุญย์พัชร์ ปิยะบุญสิทธิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุพรรณบุรี และ นายถาวร ภูติวัฒนชัย สาธารณสุขอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว

จากนั้นได้สั่งการให้ นายชัยธัช เจษฎาปกรณ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ ร้อย อส.อำเภอเมืองสุพรรณบุรีที่ 1 และชุดปราบปรามยาเสพติดฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสุพรรณบุรี สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ตำบลรั้วใหญ่ ทั้ง 6 หมู่บ้าน
รวมกำลังเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานประมาณ 45 นาย นำโดย นายณัฏฐ์ประณัย พันธ์แตง กำนันตำบลรั้วใหญ่ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบล ร่วมกันตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดในพื้นที่ตำบลรั้วใหญ่ บริเวณ ถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 6 ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

การปฏิบัติครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เน้นตรวจสอบยานพาหนะและบุคคลที่ผ่านเข้า-ออกพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงและอาชญากรรม ตลอดจนสกัดกั้นการลักลอบพกพาอาวุธปืน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบด้วยความรอบคอบตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผลการปฏิบัติสามารถเรียกตรวจยานพาหนะได้จำนวน 742 คัน พร้อมดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผู้เสพยาเสพติดเป็นชายจำนวน 7 ราย เจ้าหน้าที่จึงบันทึกข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูตามกฎหมายต่อไป

สำหรับการปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ โดยยึดแนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มุ่งลดปัญหายาเสพติดและพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่เหตุอาชญากรรมในชุมชน
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียน ร้องทุกข์ได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือสายด่วน 1567 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตลอด 24 ชั่วโมง