- โฆษณา -

ปกครอง-ท้องถิ่นแม่สายแจ้งความ! ชายสูงวัยรื้อบิ๊กแบ็คซ้ำ หวั่นน้ำสายล้นตลิ่งเข้าชุมชน

ภูมิภาค10 ก.ย. 2569 • 23:19 น.
ปกครอง-ท้องถิ่นแม่สายแจ้งความ! ชายสูงวัยรื้อบิ๊กแบ็คซ้ำ หวั่นน้ำสายล้นตลิ่งเข้าชุมชน

เทศบาลตำบลแม่สายร้องตำรวจตรวจสอบชายสูงวัยรื้อแนวบิ๊กแบ็คหลายครั้ง หวั่นแนวกั้นน้ำเสียหาย ขณะที่ต้นน้ำฝั่งเมียนมาน้ำล้นตลิ่ง จับตาระดับน้ำคืนนี้

จากกรณีที่ในฤดูฝนนี้แม่น้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นหลายครั้งจากปริมาณฝนที่ต้นน้ำทำให้หน่วยงานที่เกี่่ยวข้องต้องจัดทำแนวป้องกันชั่วคราวเป็นบิ๊กแบ็คเพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมตัวเมืองโดยรอจนกว่าโครงการก่อสร้างพนังถาวรจะดำเนินการนั้น พบว่าล่าสุดนายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรี ต.แม่สาย ได้ยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผกก.สภ. แม่สาย เพื่อขอให้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานและพยานต่อชายสูงวัย 1 คน เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าไปรื้อถอนแนวบิ๊กแบ็คตรงบริเวณอาคารแม่สายคอมเพล็กซ์ ชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 ต.แม่สาย อ.แม่สาย อยู่บ่อยครั้ง

1789056992725


โดยนายอนุชา แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าปัจจุบันเทศบาลได้ก่อสร้างแนวพนังกั้นน้ำแบบชั่วคราวกึ่งถาวรตรงแนวอาคารดังกล่าวเพื่อป้องกันแม่น้ำสายเอ่อล้นตลิ่ง โดยใช้วัสดุ อุปกรณ์และทรัพย์สินของเทศบาลเข้าดำเนินการ แต่ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2569 ได้มีชายไม่ทราบชื่อคนดังกล่าวเข้าไปขุดเจาะและตักทรายบริเวณแนวกั้นหน้าอาคารแม่สายคอมเพล็กซ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเทศบาล

ต่อมาวันที่ 4 ก.ย.2569 งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดของเทศบาล ได้เข้าตรวจสอบพบจุดเสี่ยงต่อการพังทลายของแนวพนังกั้นน้ำตรงจุดเดียวกัน โดยพบร่องรอยที่ชายคนดังกล่าวกระทำจึงเห็นว่าการกระทำนี้ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายหรือสูญเสียประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำจนอาจเสี่ยงต่อการพังทลายของแนวพนัง หากแนวนี้พังก็จะเกิดน้ำไหลเข้าพื้นที่ชุมชนจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ิสินของประชาชน ทรัพย์สินของทางราชการ การดำเนินชีวิต เศณษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชนได้

- โฆษณา -

1789056989352


ดังนั้นเทศบาล ต.แม่สาย จึงจำเป็ฯต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อป้องกันและระงับไม่ให้เกิดความเสียหายจึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอช่วยสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากคลิปวิดิโอและภาพถ่ายที่มีการถ่ายเก็บไว้ได้ เอกสาร และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลผู้กระทำการดังกล่าว และติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่าย และหากพบว่ามีบุคคลร่วมกระทำการ ใช้ จ้าง วาน สนับสนุนช่วยเหลือ หรือเกี่ยวข้องไม่ว่าทางหนึ่งทางใดขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการ

ส่วนรายละเอียดราคาค่าเสียหายทางเทศบาลอยู่ระหว่างตรวจสอบและจัดทำแบบประเมินหากแล้วเสร็จจะส่งเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวนเพื่อนำไปประกอบการดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎมหายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าทางเทศบาล ต.แม่สาย ได้มอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งต่อ ผกก.สภ. แม่สาย เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการแจ้งความร้องทุกข์นับตั้งแต่เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ชายแดน อ.แม่สาย ในเดือน ก.ย. ต่อมากรมการทหารช่าง กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร แต่บางจุดต้องกั้นแนวบิ๊กแบ็คถัดจากตัวอาคารที่สร้างยื่นเข้าไปในแม่น้ำสายเข้ามาด้านในของแผ่นดิน หนึ่งในนั้นคืออาคารแม่สายคอมเพล็กซ์ จึงได้พบมีชายสูงวัย 1 คน ซึ่งเป็นนักธุรกิจท้องถิ่นเข้าไปรื้อถอนแนวบิ๊กแบ็คตรงจุดอาคารในเดือน ก.ค.-ส.ค.2569 อย่างน้อย 3 ครั้ง ทำให้นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เคยเข้าไปเจรจาตักเตือนและมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง แต่ปล่าสุดวันที่ 7 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา ได้พบร่องรอยการรื้อเดิมอีก โดยเป็นช่วงที่มีฝนตกและเสี่ยงต่อน้ำล้นตลิ่ง ทำให้ทางนายอำเภอแม่สาย มอบอำนาจให้เทศบาล ต.แม่สาย เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แลนำเจ้าหน้าที่เข้าอุดรอยรั่วของแนวบิ๊กแบ็คแล้ว

ทางด้านสถานการณ์แม่น้ำสายล่าสุด พบว่าในเวลา 17.50 น.วันที่ 10 ก.ย.2569 มีฝนตกที่สถานีบ้านโจตาดา จ.ท่าขี้เหล็ก ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย ประมาณ 25 กิโลเมตรวัดปริมาณได้ 80.2 มิลลิเมตร และมีปริมาณน้ำร้อยละ 102.22 หรืออยู่ในภาวะล้นตลิ่งซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลมาถึงชยแดน อ.แม่สาย ในอีกประมาณ 4 ชั่วโมง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์รวมทั้งเฝ้าระวังการเข้าไปรื้อถอนแนวบิ๊กแบ็คแล้ว