"สม. จิรวัฒน์" เร่งติดตามแก้ ปัญหา “ซอยยศศักดิ์-ซอยชัยพูน” ถนนใช้มานานแต่ติดกรรมสิทธิ์เอกชน
"สม. จิรวัฒน์" เร่งติดตามแก้ ปัญหา “ซอยยศศักดิ์-ซอยชัยพูน” ถนนใช้มานานแต่ติดกรรมสิทธิ์เอกชน เตรียมเดินหน้าทางกฎหมาย
ที่ ห้องประชุมสภาเมืองพัทยา มีการประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่หนึ่ง ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 โดยมี นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ในการประชุม นายจิรวัฒน์ ปลุกใจ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่อง แนวทางการบริหารจัดการถนนที่มีการยกให้เป็นทางสาธารณะ โดยเฉพาะกรณีถนนซอยยศศักดิ์ และซอยเฉลิมพระเกียรติ 25 หรือซอยชัยพูน ซึ่งประชาชนใช้สัญจรมายาวนาน แต่ยังติดปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่งผลให้เมืองพัทยาไม่สามารถใช้งบประมาณเข้าไปพัฒนาและแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่
นายจิรวัฒน์ ระบุว่า ปัญหาซอยยศศักดิ์ติดตามกันมานานกว่า 1 สมัย เนื่องจากมีประชาชนและหน่วยงานของเมืองพัทยาใช้พื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ระบบสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟและสายไฟ ยังมีปัญหา แต่เมืองพัทยามีข้อจำกัดในการใช้งบประมาณ เพราะสถานะที่ดินยังไม่เป็นทางสาธารณะ จึงต้องการทราบแนวทางหลังจากที่เมืองพัทยาส่งหนังสือถึงเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นครั้งที่ 2 หากยังไม่ได้รับการตอบกลับ รวมถึงสามารถดำเนินการระงับการขายทอดตลาดที่ดินซึ่งมีสภาพเป็นถนนได้หรือไม่

ด้านกลุ่มกฎหมายเมืองพัทยา ชี้แจงว่า พื้นที่บริเวณซอย 6 และซอยยศศักดิ์ อยู่ในโฉนดเลขที่ 10586 เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสมศักดิ์ ซึ่งมีการจัดสรรอาคารพาณิชย์สองฝั่งของซอย ต่อมาที่ดินถูกขายทอดตลาดจากกระบวนการบังคับคดี โดยธนาคารกรุงเทพเป็นผู้รับจำนอง ปัจจุบันเหลือที่ดิน 2 แปลง โดยแปลงบริเวณซอยยศศักดิ์ยังอยู่ในกระบวนการขายทอดตลาด และกรมบังคับคดีมีข้อมูลเบื้องต้นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นถนนจริง
ที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้ทำหนังสือถึงธนาคารกรุงเทพแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2568 และครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อขอให้พิจารณายกที่ดินบริเวณซอยยศศักดิ์ให้เป็นทางสาธารณะ ล่าสุดได้รับแจ้งว่าเรื่องดังกล่าวต้องเสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณา และยังอยู่ระหว่างรอผล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเตรียมเดินทางไปยังธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม ในวันศุกร์นี้ เพื่อติดตามหนังสือฉบับที่ 2 โดยตรง หากยังไม่มีการตอบรับหรือไม่สามารถเจรจาได้ภายในประมาณ 3 เดือน ฝ่ายกฎหมายจะขอความอนุเคราะห์พนักงานอัยการ เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว
ส่วนกรณี ซอยเฉลิมพระเกียรติ 25 หรือซอยชัยพูน นายอนุวัตร ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักช่างสุขาภิบาล ชี้แจงว่า เส้นทางดังกล่าวเชื่อมระหว่างถนนกอไผ่ 13 กับถนนพัทยาสาย 3 มีความยาวประมาณ 270 เมตร แบ่งเป็นช่วงต้นประมาณ 120 เมตร ซึ่งเป็นทางสาธารณะ ส่วนช่วงกลางถึงปลายอีกประมาณ 150 เมตร ยังเป็นพื้นที่เอกชน

ปัจจุบันเมืองพัทยาสามารถเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนด้วยการซ่อมบำรุงเบื้องต้นได้ แต่ยังไม่สามารถจัดทำโครงการก่อสร้างหรือจัดสรรงบประมาณพัฒนาเต็มรูปแบบได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยแนวทางสำคัญคือต้องเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อขอยกพื้นที่ให้เป็นทางสาธารณะ

นายจิรวัฒน์ ยังฝากให้เมืองพัทยาเร่งประสานหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายกฎหมาย สำนักช่าง และหน่วยงานด้านผังเมือง เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น พร้อมขอให้กำหนด Timeline การแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้ หลังปัญหาถนนดังกล่าวถูกประชาชนร้องเรียนมาเป็นเวลานาน