- โฆษณา -

“ปลาหมอคางดำ” โผล่เขื่อนลำปาว! ประมงกาฬสินธุ์เร่งรับมือ หวั่นกระทบสัตว์น้ำเศรษฐกิจ 2,000 ล้าน

ภูมิภาค8 ก.ย. 2569 • 17:10 น.
“ปลาหมอคางดำ” โผล่เขื่อนลำปาว! ประมงกาฬสินธุ์เร่งรับมือ หวั่นกระทบสัตว์น้ำเศรษฐกิจ 2,000 ล้าน

ผลตรวจเบื้องต้นพบ “ปลาหมอคางดำ” ในเขื่อนลำปาว ประมงกาฬสินธุ์เตรียมลงพื้นที่ 12 ก.ย. เร่งตรวจสอบและวางมาตรการรับมือ

เขื่อนลำปาวสั่นสะเทือน! หลังผลตรวจแล็บเบื้องต้นยืนยันชัด "เอเลี่ยนสปีชีส์" ตัวร้ายอย่าง "ปลาหมอคางดำ" ได้แพร่เข้าสู่แหล่งน้ำสำคัญของกาฬสินธุ์แล้วจริง สร้างความหวั่นวิตกให้เกษตรกรทั้งจังหวัด เพราะนี่คือแหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจอันดับ 1 ของภาคอีสาน มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังจากส่งตัวอย่างปลาต้องสงสัยในเขื่อนลำปาวไปตรวจสอบที่กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ล่าสุดได้รับแจ้งผลเบื้องต้นแล้วว่า เป็น "ปลาหมอคางดำ" จริง โดยพบลักษณะลำตัวเพรียวตรงตามลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ปัญหานี้ คาดว่าหนังสือยืนยันผลอย่างเป็นทางการจะออกมาภายในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์จับมือผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจะลงพื้นที่ด้วยตนเอง สะท้อนความจริงจังของภาครัฐในการรับมือวิกฤตครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ถือเป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเกษตรกรเลี้ยง กุ้งก้ามกรามในบ่อดิน จำนวน 1,225 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,500 ไร่ มีมูลค่าผลผลิตประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การเลี้ยง ปลานิลในกระชัง มีเกษตรกรจำนวน 425 ราย รวมกว่า 12,000 กระชัง และเป็นแหล่งผลิตปลานิลที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเมื่อรวมมูลค่าผลผลิตกุ้งก้ามกรามและปลานิลแล้ว มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี



- โฆษณา -