เปิดเบื้องหลังการโจมตี ป้อม ชรบ. 15 ศพ

ภูมิภาค6 พ.ย. 2562 • 15:15 น.
เปิดเบื้องหลังการโจมตี ป้อม ชรบ. 15 ศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่ “แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น วางแผนเข้าโจมตี ป้อมยาม จุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม” หมู่ 5 ต.ลำพญา อ.เมือง จ.ยะลา จนทำให้ กองกำลังท้องถิ่น สูญเสียถึง 15 ศพ ในครั้งนี้ มาจาก กรณีที่ เจ้าหน้าที่ วิสามัญฆาตกรรม “แนวร่วม” 2 ศพ ที่ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อ สัปดาห์ก่อน ที่ แนวร่วม ได้ ปฏิบัติการ วางระเบิดแสวงเครื่อง ซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการ และระเบิด”คาร์บอมบ์” ที่ สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ซึ่ง นอกจาก เจ้าหน้าที่จะ ทำการ วิสามัญ แนวร่วม 2 ศพ ยังมีการ ปิดล้อม ตรวจค้น และ จับกุม ญาติๆ ของ ผู้เกี่ยวข้อง เป็นผู้ต้องสงสัยกว่า 10 คน ดังนั้น ปฏิบัติการต่อ จุดตรวจ ชรบ. ทางลุ่ม จึงเป็นการ “เอาคืน” ของ แนวร่วม ขบวนการ บีอาร์เอ็น โดยใช้ชุด ปฏิบัติการพิเศษ ที่ผ่านมาฝึกการโจมตี และรบแบบกองโจร ประกอบกำลัง 6 คน แบ่งเป็น 3 ชุด ปฏิบัติการ ชุดที่ ทำหน้าที่ ก่อกวนในพื้นที่ เช่น เผายางรถยนต์ วางตะปูเรือใบ ยิงปืนในหลายๆ จุด เพื่อ ให้ เจ้าหน้าที่ใน ฐานปฏิบัติการ ใกล้เคียง รวมทั้ง ตำรวจ สภ.ลำใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 2 กิโลเมตร พะวักพะวง ไม่กล้าส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ชุดที่ 2 นำกำลังเข้าโจมตี และ กวาดเก็บอาวุธ ชุดที่ 3 วางระเบิดแสวงเครื่อง บนเส้นทาง และ เสาไฟฟ้า เพื่อสกัดมิให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าที่เกิดเหตุได้รวดเร็ว และให้เสาไฟฟ้าล้ม เพื่อต้องการดับไฟ เป็นการ ถ่วงเวลาให้ ชุด ปฏิบัติการโจมตี ถอนตัวอย่างปลอดภัย โดยในการปฏิบัติการครั้งนี้ มีการประกอบกำลังจากพื้นที่ ต.ลำใหม่ อ.เมือง ยะลา และ ตำบลข้างเคียง 60 คน เพื่อเป็นผู้ช่วย ปฏิบัติการ และ นำชุด ปฏิบัติการ หลบหนีด้วยความปลอดภัย และมีการใช้รถยนต์ ในการปฏิบัติการ 10 คันด้วยกัน รายงานข่าวจาก หน่วยข่าว แจ้งว่า บีอาร์เอ็น ได้ส่ง ชุดปฏิบัติการพิเศษ เหมือกับ หน่วยรบพิเศษ ของเรา ซึ่งฝึกจากประเทศอินโดนีเซีย เข้ามาอยู่ในพื้นที่ 4 ชุด ๆละ 6 คน โดยอยู่ใน จ.ปัตตานี 1 ชุด จ.ยะลา 1 ชุด จ.นราธิวาส 1 ชุด และ 4 อำเภอของ จงสงขลา 1 ชุด โดยเข้ามา เคลื่อนไหวในพื้นทีเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา และ ปฏิบัติการครั้งแรกของ ชุด ปฏิบัติการพิเศษดังกล่าว คือการก่อเหตุร้าย ในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ในการชิงรถยนต์ อบต.น้ำดำ ไป ทำคาร์บอมบ์ ที่ สภ.สะพานไม้แก่น จ.ปัตตานี ซึ่ง มีการจัด ทีม 20 คน เข้าปฏิบัติการ ใน 4 พื้นที่ด้วยกัน สำหรับชุด ปฏิบัติการ 4 ชุด ที่ฝึก มาจาก ประเทศอินโดนีเซีย เป็นบุคคลที่เป็นกลุ่ม” หน้าขาว” คือ ยังไม่มีประวัติ ของการเป็น แนวร่วม และการก่อการร้าย ในพื้นที่ ในแฟ้มคดี ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง ทำให้ เจ้าหน้าที่ยาก ในการ ติดตาม จับกุม และชุด ปฏิบัติการทั้ง 4 ชุด ได้รับคำสั่งจาก แกนนำ ให้ ปฏิบัติการด้วยความรุนแรง ต่อเป้าหมายที่เป็นกองกำลังท้องถิ่น ใน 4 จังหวัด รายงานข่าวแจ้งว่า หลังปฏิบัติการสำเร็จ กำลังที่เข้าโจมตี ได้ กระจายกันหลบหนี ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ยังไม่ได้ หลบหนีออกจากพื้นที่ และในการปฏิบัติการครั้งนี้ แนวร่วมได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่ง แนวร่วม ได้นำไปรักษาตัวในพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนั้น แหล่งข่าวความมั่นคงยังเปิดเผยว่า ในรอบ 2 ปี ที่ผ่านมา บีอาร์เอ็น ได้ทำการ บ่มเพาะ เยาวชน เข้าสู่ขบวนการแล้ว จำนวน 10,000 คน เศษ จากที่เมื่อ 2 ปีก่อน มีเยาชนถูกบ่มเพาะเข้าสู่ขบวนการเพียง 800 คน เท่านั้นเอง ซึ่งถือเป็นอันตราย และเป็นความล้มเหลว ของการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สาเหตุของความล้มเหลว ทำให้การโจมตีของ บีอาร์เอ็น ได้ผล เนื่องจากงาน การข่าว ที่ปัจจุบัน ไม่มีหน่วยข่าว กล้าที่จะ รายงานข้อเท็จจริง เรื่องความเคลื่อนไหวของ ขบวนการ บีอาร์เอ็น เนื่องจาก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่ ไม่ต้องการฟังเรื่องของ บีอาร์เอ็น และ มีการปฏิเสธว่า ไม่มี บีอาร์เอ็น ไม่มีการแบ่งแยกดินแดน แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้น มาจาก เรื่องของ”ภัยแทรกซ้อน” และ ยาเสพติด เป็นการ ปกปิด ข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นคำสั่งจากส่วนกลาง ที่ไม่ยอมรับว่า บีอาร์เอ็น คือผู้บงการ สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ นายทหาร ฝ่ายข่าว ที่เข้าใจ และ เกาะติด ความเคลื่อนไหวของ บีอาร์เอ็น ถูก ย้ายออกนอกหน่วย และที่ยังอยู่ในพื้นที่ ไม่มีใครกล้าที่จะ รายงาน เรื่องของ บีอาร์เอ็น ให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับทราบ เป็นเหตุให้ แนวร่วม ปฏิบัติการได้สำเร็จโดยง่าย แนวร่วม เกาะติด ความเคลื่อนไหวของ ชรบ. ทางลุ่ม ตลอดเวลา จนรู้ว่า ในแต่ละเดือน จะมีการพบปะ สังสรรค์ ของ ชรบ., อรบ. ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นประจำ การเกาะติดความเคลื่อนไหว และรายงานให้ ชุดโจมตีได้ทราบ ทำให้การเข้าโจมตี ทำได้สำเร็จ นอกจากนั้น ยังมี ฐานปฏิบัติการ จุดตรวจ ป้อมยาม ที่เจ้าหน้าที่ ไม่ใส่ใจ ในการ ป้องกันฐาน เล่นการ นั่งเล่นไลน์ เล่นเฟส ในตอนกลางวัน กินเหล้า เล่นไพ่ ในตอนกลางคืน ยังมีอยู่ ซึ่งฐานเหล่านี้ จะเป็นเป้าหมาย ต่อไปของ ขบวนการ แบ่งแยกดินแดน