จับแล้วโจรใช้ฆ้อนทุบตู้ชิงทองในห้างดังโพธาราม
จากกรณีที่คนร้ายบุกเดี่ยว ใช้อาวุธมีดจี้ขู่พนักงานร้านทองและใช้ฆ้อนทุบกระจกตู้โชว์ทอง และกวาดทองไป18บาท ในห้างดังโพธาราม แล้วใช้รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ110iสีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีลอยนวล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชัชชน นราวุฒิพร ผกก.สภ.โพธาราม ได้ระดมทีมงานสืบสวน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจกองปราบ ชุดสืบสวนภาค7 สืบสวนจังหวัด และสืบสวนโพธาราม แบ่งงานกันออกหาข่าว ในเขตพื้นที่ สร้อยฟ้า ชำแระ ท่าชุมพล บางโตนด จนในที่สุดสามารถรู้ตัวคนร้ายรายนี้ชื่อ นายธีรศักดิ์ อายุ 40 ปี บ้านม.4 ต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรีจึงนำไปสู่การขอออกหมายจับ ศาลจังหวัดราชบุรี ที่ จ37/2567
ลงวันที่ 21 ม.ค. 2567 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.อภิรัฐ พุ่มกุมาร รองผบก.ภ.จว.ราชบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.ชัชชน นราวุฒิพร ผกก.สภ.โพธาราม พ.ต.ท.ปรัชญา เตชะ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.พันธ์ฤกษ์ สร้อยทองมูล สว.สส.ฯ พ.ต.อ.ธีระยุทธ สุทธิพนไพศาล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สอบสวนฯ พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.7ร่วมกันจับกุม นายธีรศักดิ์ คล้ำมณี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 73/4 ม.4 ต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้พร้อมของกลาง
ซึ่งสามารถยึดของกลางได้ดังนี้ 1.ทองรูปพรรณ (แหวน 6 วง , กำไล 4 อัน ,เลสข้อมือ 3อัน) น้ำหนักรวม 6 บาท 2 สลึง 2.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110ไอ สีดำ แดง หมายเลขทะเบียน คจค 326 ราชบุรี จำนวน 1 คัน 3.หมวกกันน๊อคสีขาวชนิดเต็มใบ ยี่ห้อ INDEX จำนวน 1 ใบ 4.เข็มขัดแบบหนัง สีน้ำตาลจำนวน 1 เส้น
5.โช๊คอัพรถจักรยานยนต์พ่นสีดำ จำนวน 1 คู่ 6.กระป๋องสีสเปรย์ จำนวน 1 กระป๋อง 7.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO รุ่น A31 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง 8.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO รุ่น A7 จำนวน 1 เครื่อง 9.ชุดพนักงานบริษัทโตโยต้า จำนวน 1 ตัว 10.เสื้อยืดแขนยาวสีส้ม จำนวน 1 ตัว 11.ปลอกแขนสีดำ จำนวน 1 คู่ 12.กางเกงยีนส์สามส่วนสีน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว 13.ถุงมือยางสีฟ้า จำนวน 1 ถุง 14.ถุงใส่ทองสีส้ม ประทับอักษรภาษาอังกฤษ AURORA จำนวน 1 ถุง 15.จี้ทองรูปครุฑ จำนวน 1 อัน
16.จี้ทองพระ จำนวน 1 อัน ส่วนทองที่เหลือนำไปขายที่ร้านทองใน กทม.และตกหายระหว่างหลบหนีอีก ส่วนวันเกิดเหตุไม่ทราบว่าได้ทองมากี่บาท จึงนำตัวพร้อมของกลางมาสอบปากคำที่ สภ.โพธาราม
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนเข้าไปชิงทองจริง เนื่องจากตนเป็นหนี้พนันออนไลน์ และบัตรเคดิต และเคยต้องโทษในคดีชิงทรัพย์ในเขต สภ.เมืองราชบุรี พ้นโทษมาเมื่อปี57 และมาก่อเหตชิงทองดังกล่าว ซึ่งทางผู้ต้องหาให้การว่าตนไม่มีการวางแผนอะไรเลย ขับรถไปก็เข้าก่อเหตุเลย เพราะร้านทองดังกล่าวอยู่ตรงปากทางเข้าออกของห้าง ก่อนจะก่อเหตุตนได้ขับรถไปจอดไว้ในป่าข้างทางถนนเลียบคลองชลประทานในพื้นที่ต.สร้อยฟ้า ก่อนถอดป้ายทะเบียน ถอดเฟรมรถออก แล้วนำชิ้นส่วนที่ถอดซุกไว้ในป่าบริเวณน้้น จากนั้นก็ขับเข้ามาที่ห้างก่อเหตุดังกล่าว จากนั้นก็ขับรถหลบหนีมายังจุดที่ถอดชิ้นส่วนรถซุกซ่อนไว้ และทำการประกอบใส่ให้เหมือนเดิมโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที
จากนั้นได้ถอดเสื้อผ้า เสื้อคลุม รองเท้า มีด หมวก ที่ใส่ก่อเหตุโยนทิ้งน้ำในคลองชลประทาน แล้วเปลี่ยนชุดใหม่ที่เตรียมมา แล้วขับรถหลอกล่อให้ตำรวจคิดว่าตนมาจากบ้านโป่ง ก่อนวนรถกลับมาบ้านและจัดแจ้งนำเสื้อผ้าที่ใส่ชุดที่2ทำการเผาทำลายหลักฐาน ได้ไปดัดแปลงแก้ไขรถ บางจุดให้ตำรวจไม่สงสัยติดสติ๊กเกอร์เพิ่มเติม เปลี่ยนอะไหล่ ที่เป็นจุดเด่น เช่นโช๊คจนมาถึงจับกุมตัวได้ดังกล่าว แต่ก็ไม่พ้นเงือมมือชุดสืบสวน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ,โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์ฺนั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือรับของโจร