- โฆษณา -

สรส.โคราช ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ค้าน "สูตร CARE" ชี้อุ้ม ม.39 แต่สะเทือน ม.33 กว่า 12 ล้านคน จี้เบรกมติ ครม. ด่วน

ภูมิภาค7 ก.ย. 2569 • 14:09 น.
สรส.โคราช ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ค้าน "สูตร CARE" ชี้อุ้ม ม.39 แต่สะเทือน ม.33 กว่า 12 ล้านคน จี้เบรกมติ ครม. ด่วน

สรส.โคราช ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายกฯ ค้าน “สูตร CARE” จี้ทบทวนมติ ครม. หวั่นกระทบต่อสิทธิผู้ประกันตน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายทวีชัย โคตรวงศ์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์สาขานครราชสีมา พร้อมพวก เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 และชะลอร่างกฎกระทรวงการ จ่ายเงินทดแทนในกรณีชราภาพ สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบ ร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นสูตรคํานวณการจ่ายเงินบำนาญชราภาพของประกันสังคมแบบใหม่ ที่รู้จักกันโดยทั่วกัน คือ "สูตร CARE” ซึ่งสูตรดังกล่าวต้องการที่จะยกระดับบำนาญชราภาพให้แก่ผู้ประกันตน มาตรา 39 ซึ่งมีประมาณ 1,600,000 คน แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตน มาตรา 33 ซึ่งมี 12,000,000 คน โดยมีนายธวัชชัย ตาเมือง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แทนรับหนังสือ

News159593 Y K3l6p O Kz Y1788756956
นายทวีชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการถกเถียงในกระแสสังคม สื่อมวลชน ทั้งสื่อทั่วไป และสื่อออนไลน์ ในรัฐสภา และในหมู่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ขบวนการแรงงานได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน พร้อมทำจดหมายคัดค้าน ออกแถลงการณ์ และยังยื่นเป็นข้อเรียกร้องในวันกรรมกรสากล (วันแรงงาน แห่งชาติ) เพื่อให้หยุดขบวนการไว้ก่อน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนในทุกมาตรา แต่กระแสการเรียกร้องให้ทบทวนก็ไม่เป็นผล จนถึงขั้นการนําเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังจากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ผู้นําขบวนการแรงงานก็ได้ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ส่งผลในทางลบต่อความนิยมต่อรัฐบาล ต่อมาผู้นําแรงงานหลายองค์กรได้นัดประชุม หารือกันและมีมติร่วมกันว่าทุกองค์กรไม่ขัดข้องสำหรับผู้ประกันตนคนใด กลุ่มใดก็ตามที่ได้รับประโยชน์ เพิ่มขึ้น แต่การนำสูตรการจ่ายเงินบำนาญชราภาพสูตรใหม่ หรือ สูตร CARE มาใช้คำนวณการจ่ายเงินบำนาญ ชราภาพของสำนักงานประกันสังคมนั้นทุกองค์กรยืนยันปฏิเสธและไม่เห็นด้วยเพราะจะส่งผลกระทบในเชิงลบ ระยะยาวต่อผู้ประกันตนในมาตรา 33 ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของระบบประกันสังคม ไม่เป็นธรรม เป็นการ ลิดรอนสิทธิ ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนสากล และเป็นการละเมิดต่อหลักการของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

- โฆษณา -
News159593 Op Bm Ah P0e61788756957
News159593 Op Bm Ah P0e61788756957

 นอกจากนี้ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และองค์กรแรงงานที่ร่วมลงนาม มีข้อสังเกตว่า โครงสร้างการส่งเงินสมทบและสถานะของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 มีพื้นฐานและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การกำหนดหลักเกณฑ์คำนวณบำนาญจึงจำเป็นต้องพิจารณาความแตกต่างดังกล่าว ตลอดจน ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ ฐานค่าจ้าง และภาระการสมทบของแต่ละฝ่ายอย่างเป็นธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการประกันสังคมและหลักความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม ที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิและความมั่นคงในชีวิตของผู้ประกันตน จำนวนหลายล้านคน ควรยึดหลัก การมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือทางสังคม (Social Dialogue) โดยเปิด โอกาสให้องค์กรผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล รวมถึงผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ ได้รับข้อมูลที่ ครบถ้วน สามารถตรวจสอบผลกระทบ และมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางก่อนการบังคับใช้ ดังนั้น เพื่อให้ การปฏิรูประบบบำนาญชราภาพของประกันสังคมเป็นไปด้วยความเป็นธรรม ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

News159593 J M6 E Mq0m Ob1788756958
และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคมในระยะยาวสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เห็นว่าข้อเสนอขององค์กรที่ร่วมลงนามเป็นเสียง สะท้อนผลกระทบของผู้ประกันตนที่สำคัญ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ ทดแทนในกรณีชราภาพ และขอให้ชะลอขั้นตอนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎกระทรวง ดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าจะได้มีการประชุมหารือและมีความเห็นร่วมกันก่อนถึงทิศทางและแนวทางในการปฏิรูปร่วมกัน

ภูมิภาค52

แท็กที่เกี่ยวข้อง