- โฆษณา -

ตร.ฟัน 3 ข้อหาหนัก อดีต ผอ.สระบุรี ผลตรวจเลือดฟ้องเมา 130 มก.% เจ้าตัวยังปากแข็งอ้าง “ดึงเกียร์ผิด” โอดคู่กรณีเรียก 2 แสนเกินไป

ภูมิภาค7 ก.ย. 2569 • 12:18 น.
ตร.ฟัน 3 ข้อหาหนัก อดีต ผอ.สระบุรี ผลตรวจเลือดฟ้องเมา 130 มก.% เจ้าตัวยังปากแข็งอ้าง “ดึงเกียร์ผิด” โอดคู่กรณีเรียก 2 แสนเกินไป

ตร.ฟัน 3 ข้อหาหนัก อดีต ผอ.สระบุรี ผลตรวจเลือดฟ้องเมา 130 มก.% เจ้าตัวยังปากแข็งอ้าง “ดึงเกียร์ผิด” โอดคู่กรณีเรียก 2 แสนเกินไป

           วันที่ 7 กันยายน 2569 จากกรณีที่ลูกสาวผู้เสียหายเข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด ขอความเป็นธรรม หลังแม่ถูกอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ขับรถชนท้าย ก่อนเกิดเหตุโต้เถียงและขับรถพุ่งชนซ้ำ โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ ครอบครัวตั้งข้อสงสัยการทำงานของตำรวจ หลังไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที โดยอ้างว่าชุดตรวจหมด จึงขอให้ส่งตัวคู่กรณีไปตรวจเลือด ซึ่งผลพบแอลกอฮอล์ 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่คู่กรณียังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง และมีการเสนอเงิน 100,000 บาท เพื่อยุติเรื่อง แต่ครอบครัวปฏิเสธและยืนยันต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

2784330 0
         ทางด้านอดีต ผอ.โรงเรียน ให้สัมภาษณ์สื่อทางโทรศัพท์ โดยเผยว่า ผมขอชี้แจงทางโทรศัพท์แล้วกันนะ คืออย่างนี้นะครับ กรณีที่ดื่มนะครับ ผมดื่มก่อนหน้านั้นวันนึงแล้ว ไม่ได้ดื่มวันนั้นหรอก เสร็จเรียบร้อยมาวันนั้น  ผมง่วงนอนขับมา ตอนนี้มันเข้าทางหลัก เขาก็เลยเบรก การเข้าทางหลัก มันก็ไม่ได้เว้นระยะห่างตามจราจรทางเมตร 5 เมตร 10 เมตร มันขับไล่ๆกัน ซึ่งการเบรกก็เข้าใจได้ เพราะมันมาเข้าทางหลังก็เบรกของผม ไม่ระวังเผลอไปชนเขา พอชนเขาเต็มเรียบร้อยแล้วผมก็ลงไปดู แล้วผมก็บอกว่าไม่มีปัญหาเล็กน้อย เดี๋ยวเรียกประกัน แต่ผมก็ ขึ้นมาบนรถ ค้นหากรมธรรม์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวหนังสือมันตัวเล็ก  ผมใส่แว่นมองไม่ชัด  จากนั้นได้โทรตามหลาน มาช่วยดู ในช่วง ช่วงที่รอนั้น ผมก็ลงไปดู ดูที่รถ ก็มีเล็กน้อยเท่านั้นเอง ผมก็จะอำนวยความสะดวกให้ประกัน โดย ขึ้นรถมา ผมก็จะถอยรถ เพื่อให้ประกันถ่ายรูปได้สะดวกแต่เนื่องจากว่ารถเป็นเกียร์ออโต้ และ รีบร้อน ผมตึงเกียร์ลงมามัน ดึงเลยเกียร์R ลงมาซึ่งเกียร์D ผมไม่รู้ตัว แล้วก็ขับ ปุ๊บมันก็ไปชนอีกครั้งหนึ่ง ชนครั้งที่ 2 ตนเองไม่ได้เจตนา ผมเจตนาที่จะถอยรถให้ประกัน ถ่ายรูป ไม่มีใครบ้า ไม่มีใครบ้าเป็นคนเขาหรอกครับ ผมถอยรถออกมา ก็แค่นั้นเอง เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เมาโวยวายใหญ่ ผมนั่งอยู่บนรถ ผมไม่อยากลงไป โต้เถียง เพราะว่าเขาตั้ง 4 คนผมคนเดียว ผมก็นั่งอยู่บนรถ แล้วเขาก็มาเปิดรถ ประตูรถผมข้างหน้า เรียกลงไปผมก็บอกว่า คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมก็บอกคุยกันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวรอประกันดีกว่า ก็เท่านั้นเอง นี่คือข้อเท็จจริงครับ ส่วนส่วนเรื่องของการเยียวยา ผมก็มีความรู้สึกว่า เราก็รู้สึกผิด ผมก็จะเยียวยาในเรื่องของค่าชดเชยเขาเสียโอกาส เสียรายได้ ตามจุดตรงนั้นผมก็เสนอเขาไป แต่เขาจะเรียกตั้ง 200,000 (สองแสน) ซึ่งมันเกินกว่าเหตุ บาดเจ็บก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ประกันก็ซ่อมให้ รถผมก็มีประกัน  ส่วนรถผมเองผมก็ซ่อมเอง กรณีเมา ประกันไม่เคลมให้ ผมก็ซ่อมเอง ส่วนค่าใช้จ่ายตรงนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับตำรวจไม่ทำจำนวนตำรวจ เขาก็จะทำจำนวนไปตามปกติ ในเรื่องของการเมา  นี่คือข้อเท็จจริง  เรียกผมสองแสน มันเกินกว่าเหตุไป บาดเจ็บก็ไม่บาดเจ็บ ผมดูแล้วมัน มันไม่ใช่ มันเกินเหตุ ผมจึงขอต่อรองเขา พวกเขาก็ ไม่ ต่อลองไม่อะไร เสร็จแล้วก็ไปลงข่าวอย่างนี้ ซึ่งผมคิดว่าต่อไปก็คงไม่เจรจา ก็ให้ว่าไปตามกระบวนการของศาล ตามกฎหมายก็แล้วกัน เรื่องนิดเดียว เรื่องแค่นี้เอง โอ้โห ทําไม มนุษย์คุยกันไม่รู้เรื่อง 

2784363 0
         ทางด้านพ.ต.ท.พิชัย ไชยกุล รอง ผกก(สอบสวน)สภ.หนองแค เผยว่าซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19 .00 น.บริเวณทางเข้าวัดหนองปลาหมอ ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ทางพนักงงานสอบสวนได้สอบสวนดำเนินคดี ได้ทำการสอบสวน รวบรวมหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ  แล้วนำรถทั้ง 2 คันมาเก็บเรียบร้อยแล้ว รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในส่วนของคู่กรณี  ซึ่งได้ส่งตัวไปตรวจเจาะเลือดตรวจที่โรงบาลหนองแค ซึ่งผลการตรวจ ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด  เพิ่งได้มา พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะเกินกว่า กฎหมายกำหนด ซึ่งก็ขอเรียนว่าจะขอแบ่งคดีหรือ 2 ส่วนในส่วนของความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอื่นๆ และชนทรัพย์สินผู้เสียหาย ซึ่งเคสนี้ไม่มีผู้ได้รบบาดเจ็บ ซึ่งเราดำเนินคดีเป็นคดีจราจร คดีนี้ก็จะสอบสวนรวบรวมหลักฐาน ที่จะดำเนินคดีให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อจะแจ้งข้อหาส่งฟ้องต่อไป ในส่วนของความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้องทราบว่าหลังเกิดเหตุแล้วทางคู่กรณี อาจจะลงมาต่อว่า และมีการ ขับรถชน ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราดูจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเราก็จะรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน ซึ่งมันเป็นความผิด ต่อส่วนตัวอีก 2 ข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนัดหมายทางผู้เสียหาย ทั้ง 2 ท่าน มาพบเพื่อสอบปากคำรวบรวมหลักฐาน แล้วก็จะเรียกมาแจ้งข้อหาดำเนินคดีครบถ้วน ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทางคู่กรณี ดำเนินคดีกับผู้ทำผิดกฎหมายให้ครบถ้วนทุกข้อหา ถูกฐานความผิด ในเบื้องต้นแล้วก็พบว่ามีการทำผิด 3 ข้อหาด้วยกัน เป็นการทำผิดการจราจรทางบก 1 ข้อหา ขับรถโดยประมาท แล้วก็เมาสุรา แล้วก็ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าทำเสียทรัพย์ ขอยืนยันว่าใช้ความเป็นธรรมกับทางผู้ร้องให้ดีที่สุด จากที่ดูกล้องวงจรปิด มีการเดินหน้ามาชนรถ ซึ่งในฐานะนั้นไม่มีผู้ไดอยู่ในรถ ก็จะสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อจะหาสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริงต่อไป ผู้ก่อเหตุยอมรับว่าเมา ผลตรวจยืนยันชัดเจน ว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนด หลังจากนี้ คงไม่มีการเรียก เพราะว่าการสอบสวนรวบรวมหลักฐานฝ่ายผู้กล่าวหาให้ครบถ้วน หรือเรียกมาแจ้งข้อหา หรือดเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนที่ว่าผู้เสียหายเรียกเงินค่าเสียหายนั้น ตรงนี้ไม่มีการนัดทางคู่กรณีมาคุยกัน ทราบว่าทางผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะพบทางคู่กรณี เนื่องจากไม่ประสงค์ที่จะพบทางคู่กรณี ส่วนทางคู่กรณี ทราบว่าเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว

- โฆษณา -

ภูมิภาค41

แท็กที่เกี่ยวข้อง