ตร.ฟัน 3 ข้อหาหนัก อดีต ผอ.สระบุรี ผลตรวจเลือดฟ้องเมา 130 มก.% เจ้าตัวยังปากแข็งอ้าง “ดึงเกียร์ผิด” โอดคู่กรณีเรียก 2 แสนเกินไป
ตร.ฟัน 3 ข้อหาหนัก อดีต ผอ.สระบุรี ผลตรวจเลือดฟ้องเมา 130 มก.% เจ้าตัวยังปากแข็งอ้าง “ดึงเกียร์ผิด” โอดคู่กรณีเรียก 2 แสนเกินไป
วันที่ 7 กันยายน 2569 จากกรณีที่ลูกสาวผู้เสียหายเข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด ขอความเป็นธรรม หลังแม่ถูกอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ขับรถชนท้าย ก่อนเกิดเหตุโต้เถียงและขับรถพุ่งชนซ้ำ โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ ครอบครัวตั้งข้อสงสัยการทำงานของตำรวจ หลังไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ทันที โดยอ้างว่าชุดตรวจหมด จึงขอให้ส่งตัวคู่กรณีไปตรวจเลือด ซึ่งผลพบแอลกอฮอล์ 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ขณะที่คู่กรณียังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง และมีการเสนอเงิน 100,000 บาท เพื่อยุติเรื่อง แต่ครอบครัวปฏิเสธและยืนยันต้องการให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางด้านอดีต ผอ.โรงเรียน ให้สัมภาษณ์สื่อทางโทรศัพท์ โดยเผยว่า ผมขอชี้แจงทางโทรศัพท์แล้วกันนะ คืออย่างนี้นะครับ กรณีที่ดื่มนะครับ ผมดื่มก่อนหน้านั้นวันนึงแล้ว ไม่ได้ดื่มวันนั้นหรอก เสร็จเรียบร้อยมาวันนั้น ผมง่วงนอนขับมา ตอนนี้มันเข้าทางหลัก เขาก็เลยเบรก การเข้าทางหลัก มันก็ไม่ได้เว้นระยะห่างตามจราจรทางเมตร 5 เมตร 10 เมตร มันขับไล่ๆกัน ซึ่งการเบรกก็เข้าใจได้ เพราะมันมาเข้าทางหลังก็เบรกของผม ไม่ระวังเผลอไปชนเขา พอชนเขาเต็มเรียบร้อยแล้วผมก็ลงไปดู แล้วผมก็บอกว่าไม่มีปัญหาเล็กน้อย เดี๋ยวเรียกประกัน แต่ผมก็ ขึ้นมาบนรถ ค้นหากรมธรรม์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวหนังสือมันตัวเล็ก ผมใส่แว่นมองไม่ชัด จากนั้นได้โทรตามหลาน มาช่วยดู ในช่วง ช่วงที่รอนั้น ผมก็ลงไปดู ดูที่รถ ก็มีเล็กน้อยเท่านั้นเอง ผมก็จะอำนวยความสะดวกให้ประกัน โดย ขึ้นรถมา ผมก็จะถอยรถ เพื่อให้ประกันถ่ายรูปได้สะดวกแต่เนื่องจากว่ารถเป็นเกียร์ออโต้ และ รีบร้อน ผมตึงเกียร์ลงมามัน ดึงเลยเกียร์R ลงมาซึ่งเกียร์D ผมไม่รู้ตัว แล้วก็ขับ ปุ๊บมันก็ไปชนอีกครั้งหนึ่ง ชนครั้งที่ 2 ตนเองไม่ได้เจตนา ผมเจตนาที่จะถอยรถให้ประกัน ถ่ายรูป ไม่มีใครบ้า ไม่มีใครบ้าเป็นคนเขาหรอกครับ ผมถอยรถออกมา ก็แค่นั้นเอง เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เมาโวยวายใหญ่ ผมนั่งอยู่บนรถ ผมไม่อยากลงไป โต้เถียง เพราะว่าเขาตั้ง 4 คนผมคนเดียว ผมก็นั่งอยู่บนรถ แล้วเขาก็มาเปิดรถ ประตูรถผมข้างหน้า เรียกลงไปผมก็บอกว่า คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมก็บอกคุยกันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวรอประกันดีกว่า ก็เท่านั้นเอง นี่คือข้อเท็จจริงครับ ส่วนส่วนเรื่องของการเยียวยา ผมก็มีความรู้สึกว่า เราก็รู้สึกผิด ผมก็จะเยียวยาในเรื่องของค่าชดเชยเขาเสียโอกาส เสียรายได้ ตามจุดตรงนั้นผมก็เสนอเขาไป แต่เขาจะเรียกตั้ง 200,000 (สองแสน) ซึ่งมันเกินกว่าเหตุ บาดเจ็บก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ประกันก็ซ่อมให้ รถผมก็มีประกัน ส่วนรถผมเองผมก็ซ่อมเอง กรณีเมา ประกันไม่เคลมให้ ผมก็ซ่อมเอง ส่วนค่าใช้จ่ายตรงนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับตำรวจไม่ทำจำนวนตำรวจ เขาก็จะทำจำนวนไปตามปกติ ในเรื่องของการเมา นี่คือข้อเท็จจริง เรียกผมสองแสน มันเกินกว่าเหตุไป บาดเจ็บก็ไม่บาดเจ็บ ผมดูแล้วมัน มันไม่ใช่ มันเกินเหตุ ผมจึงขอต่อรองเขา พวกเขาก็ ไม่ ต่อลองไม่อะไร เสร็จแล้วก็ไปลงข่าวอย่างนี้ ซึ่งผมคิดว่าต่อไปก็คงไม่เจรจา ก็ให้ว่าไปตามกระบวนการของศาล ตามกฎหมายก็แล้วกัน เรื่องนิดเดียว เรื่องแค่นี้เอง โอ้โห ทําไม มนุษย์คุยกันไม่รู้เรื่อง

ทางด้านพ.ต.ท.พิชัย ไชยกุล รอง ผกก(สอบสวน)สภ.หนองแค เผยว่าซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19 .00 น.บริเวณทางเข้าวัดหนองปลาหมอ ต.หนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ทางพนักงงานสอบสวนได้สอบสวนดำเนินคดี ได้ทำการสอบสวน รวบรวมหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ แล้วนำรถทั้ง 2 คันมาเก็บเรียบร้อยแล้ว รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในส่วนของคู่กรณี ซึ่งได้ส่งตัวไปตรวจเจาะเลือดตรวจที่โรงบาลหนองแค ซึ่งผลการตรวจ ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด เพิ่งได้มา พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะเกินกว่า กฎหมายกำหนด ซึ่งก็ขอเรียนว่าจะขอแบ่งคดีหรือ 2 ส่วนในส่วนของความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอื่นๆ และชนทรัพย์สินผู้เสียหาย ซึ่งเคสนี้ไม่มีผู้ได้รบบาดเจ็บ ซึ่งเราดำเนินคดีเป็นคดีจราจร คดีนี้ก็จะสอบสวนรวบรวมหลักฐาน ที่จะดำเนินคดีให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อจะแจ้งข้อหาส่งฟ้องต่อไป ในส่วนของความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้องทราบว่าหลังเกิดเหตุแล้วทางคู่กรณี อาจจะลงมาต่อว่า และมีการ ขับรถชน ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราดูจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเราก็จะรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน ซึ่งมันเป็นความผิด ต่อส่วนตัวอีก 2 ข้อหา ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนัดหมายทางผู้เสียหาย ทั้ง 2 ท่าน มาพบเพื่อสอบปากคำรวบรวมหลักฐาน แล้วก็จะเรียกมาแจ้งข้อหาดำเนินคดีครบถ้วน ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทางคู่กรณี ดำเนินคดีกับผู้ทำผิดกฎหมายให้ครบถ้วนทุกข้อหา ถูกฐานความผิด ในเบื้องต้นแล้วก็พบว่ามีการทำผิด 3 ข้อหาด้วยกัน เป็นการทำผิดการจราจรทางบก 1 ข้อหา ขับรถโดยประมาท แล้วก็เมาสุรา แล้วก็ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าทำเสียทรัพย์ ขอยืนยันว่าใช้ความเป็นธรรมกับทางผู้ร้องให้ดีที่สุด จากที่ดูกล้องวงจรปิด มีการเดินหน้ามาชนรถ ซึ่งในฐานะนั้นไม่มีผู้ไดอยู่ในรถ ก็จะสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อจะหาสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริงต่อไป ผู้ก่อเหตุยอมรับว่าเมา ผลตรวจยืนยันชัดเจน ว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนด หลังจากนี้ คงไม่มีการเรียก เพราะว่าการสอบสวนรวบรวมหลักฐานฝ่ายผู้กล่าวหาให้ครบถ้วน หรือเรียกมาแจ้งข้อหา หรือดเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนที่ว่าผู้เสียหายเรียกเงินค่าเสียหายนั้น ตรงนี้ไม่มีการนัดทางคู่กรณีมาคุยกัน ทราบว่าทางผู้เสียหายไม่ประสงค์ที่จะพบทางคู่กรณี เนื่องจากไม่ประสงค์ที่จะพบทางคู่กรณี ส่วนทางคู่กรณี ทราบว่าเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว
ภูมิภาค41