ชาวนาบุรีรัมย์แห่รับปุ๋ยธงเขียว หวังฝนช่วยนาข้าว หวั่นแล้งต่ออีก 1–2 สัปดาห์ผลผลิตเสียหาย
เกษตรกรบุรีรัมย์ทยอยรับปุ๋ยราคาประหยัด หวังนำไปบำรุงนาข้าว แต่หลายพื้นที่ยังแล้งหนัก หากฝนไม่มาตามคาดใน 1–2 สัปดาห์ หวั่นไม่มีข้าวเก็บเกี่ยว
เมื่อวันที่ 6 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ จำกัด ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้มีเกษตรกรชาวนาจากหลายอำเภอของ จ.บุรีรัมย์ นำรถบรรทุก 6 ล้อ และรถยนต์กระบะ ทยอยเดินทางมารับปุ๋ยเคมี ที่ได้มีการลงทะเบียนสั่งจองซื้อไว้ก่อนหน้านี้ กับทางสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ จำกัด ในโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียว ราคาประหยัดพลัส ซึ่งมีราคาถูกกว่าปุ๋ยเคมีในท้องตลาดถึงกระสอบละ 300 บาท โดยจะต้องเป็นเกษตรกรที่มีสมุดทะเบียนเกษตรกร หรือสมุดเขียว ซึ่งเกษตรกร 1 ราย จะได้รับสิทธิ์สูงสุดคนละ 5 กระสอบ

ทั้งนี้ เกษตรกรชาวนา ที่เดินทางมารับปุ๋ยเคมีส่วนใหญ่ ต่างดีใจที่จะได้มีปุ๋ยเคมีในราคาถูก ไว้ใส่บำรุงต้นข้าว ซึ่งจะพอดีกับที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์ว่าในหลายภูมิภาคของประเทศ ในช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569 ภาคเหนือและภาคอีสาน จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่าน และในวันที่ 9-11 กันยายน 2569 ฝนจะกลับมาตกหนักอีกครั้งและกระจายตัวทั่วทุกภาคของประเทศไทย

ก็จะทำให้นาข้าวที่แห้งแล้งอยู่ในขณะนี้ได้มีน้ำไว้หล่อเลี้ยง เพื่อบำรุงต้นข้าวนาปีของเกษตรกรชาวนา ให้เจริญเติบโตทันเก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากในช่วงเดือนกันยายนนนี้ ข้าวนาปีของเกษตรกรชาวนาที่เพาะปลูกไว้ เป็นข้าวที่ไวต่อช่วงแสง จะเป็นระยะเจริญเติบโตทางลำต้น ระยะแตกกอเต็มที่ และเริ่มเข้าสู่ระยะตั้งท้อง-เตรียมออกรวง

ในขณะเดียวกันเกษตรกรชาวนา ที่เดินทางมารับปุ๋ยยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนนี้ในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ยังคงประสบกับปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ทำให้นาข้าวขาดแคลนน้ำ และไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ประกอบกับแหล่งน้ำสาธารณะหลายแห่ง ก็เริ่มแห้งขอด เนื่องจากชาวนาที่มีที่นาอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำต่างเร่งสูบผันน้ำใส่นา เพื่อหล่อเลี้ยงไม่ให้ต้นข้าวยืนต้นตาย อีกทั้งจากที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์ว่าจะมีฝนตกถึงตกหนักลงมาในพื้นที่ กลับยังไม่มีฝนตกลงมาตามคาดการณ์ดังกล่าว และถึงจะมีตกลงมาก็ตกในปริมาณที่น้อย ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้เจริญเติบโตได้ โดยคาดว่าหากภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ยังไม่มีฝนตกลงมาในปริมาณที่จะทำให้มีน้ำพอหล่อเลี้ยงต้นข้าว คาดว่าปุ๋ยที่ซื้อไว้นี้คงไม่ได้นำไปหว่านใส่นาข้าว และคงไม่มีข้าวได้เก็บเกี่ยวอย่างแน่นอน

นางรุ่งอรุณ ศรีสุวรรณ อายุ 55 ปี เกษตรกรชาวนาบ้านหนองไผ่น้อย ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรมย์ บอกว่า ตนเองทำนา 20 ไร่ ตั้งแต่หว่านข้าวมาจนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้หว่านปุ๋ยเลยสักครั้ง เพราะในนาไม่มีน้ำเพียงพอที่จะหว่านปุ๋ย ซึ่งน้ำตามลำห้วยสาธารณะในพื้นที่ก็เริ่มแห้ง เนื่องจากชาวนาหลายรายต่างสูบผันน้ำใส่นาของตนเอง ตอนนี้ทำได้เพียงแค่รอให้ฝนตกลงมาเท่านั้น ส่วนที่กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาในช่วงนี้ ก็ยังไม่พบว่ามีฝนตกลงมาตามที่คาดการณ์ หรือตกลงมาในปริมาณที่น้อย
คาดว่าอีกภายใน 1-2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้ หากยังไม่มีฝนตกลงมา ก็แล้งแน่นอน เพราะชาวนาส่วนใหญ่ทำนารอพึ่งแต่ฟ้าฝนอย่างเดียว ปุ๋ยก็ยังไม่ได้ใส่ เพราะข้าวในช่วงนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเจริญเติบโตทางลำต้น ระยะแตกกอเต็มที่ และเริ่มเข้าสู่ระยะตั้งท้อง เตรียมออกรวง หากยังไม่มีน้ำและได้ใส่ปุ๋ยเร่งเจริญเติบโต คงจะไม่มีข้าวให้เก็บเกี่ยวแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงหนี้สิน เพราะไม่มีข้าวเก็บเกี่ยวนำไปขายใช้หนี้ ธ.ก.ส.
นายกฤษณพงศ์ วงเวียน อายุ 57 ปี เกษตรกรชาวนาบ้านทานตะวัน ต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า มาเอาปุ๋ยที่ได้สั่งจองซื้อไว้ 5 กระสอบ เพื่อนำไปไว้เตรียมหว่านใส่นาข้าว เพราะตั้งแต่เริ่มทำนามาปีนี้ยังไม่ได้หว่านปุ๋ยเลยสักครั้ง เนื่องจากแห้งแล้งไม่มีน้ำเพียงพอที่จะหว่านปุ๋ย ซึ่งการทำนาของชาวนาปีนี้เป็นการทำนาที่ประหยัด คือประหยัดปุ๋ยใส่ข้าว เพราะในนาไม่มีน้ำเพียงพอที่จะหว่านปุ๋ย
ส่วนปุ๋ยที่ซื้อชุดนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้นำไปหว่านวันไหน เพราะต้องรอให้ฝนตกลงมามีน้ำเพียงพอก่อน แต่ถ้าฝนตกลงมาจริงตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ไว้ก็คงจะได้นำไปหว่านบำรุงต้นข้าวให้เจริญเติบโตต่อไป