“ไชยชนก” เปิดงาน AgriNext Surin ชู AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัล พร้อมชวนร่วม AI Passport

ภูมิภาค5 ก.ย. 2569 • 17:03 น.
“ไชยชนก” เปิดงาน AgriNext Surin ชู AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัล พร้อมชวนร่วม AI Passport

"ไชยชนก"ลงพื้นที่เปิดงาน AgriNext Surin ชู AI ปฏิรูปเกษตรอินทรีย์ไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมโครงการ AI Passport

วันที่ 5 ก.ย.69 เวลา 11.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงาน “สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์ด้วยดิจิทัล AgriNext Surin : Future of Organic Farming” ณ หอประชุมโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทยทั้ง 8 เขต ,หัวหน้าส่วนราชการ ,บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน เกษตรกร และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ

การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เกษตรกร และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อยกระดับภาคเกษตรอินทรีย์ของไทยให้มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

6

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตร ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพดิน การบริหารจัดการน้ำ การคาดการณ์สภาพอากาศ การตรวจสอบโรคพืช การใช้โดรน ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

AI จะไม่เข้ามาแทนที่เกษตรกร แต่จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรทำงานได้ง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยในปัจจุบัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

สำหรับภารกิจสำคัญของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งขับเคลื่อนภาคการเกษตรใน 3 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการสนับสนุนผู้ประกอบการและ Startup ไทย โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้าน AI ผ่านโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกร เยาวชน วิสาหกิจชุมชน และประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเรียนรู้และนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ เช่น การวิเคราะห์ผลผลิต การวางแผนเพาะปลูก การพยากรณ์สภาพอากาศ และการทำตลาดออนไลน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสุรินทร์ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากมีความเข้มแข็งของชุมชน มีหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงมีผู้แทนราษฎรที่สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงปัญหาและความต้องการของประชาชนจากพื้นที่ไปสู่ฝ่ายบริหาร จึงเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ระบบของ Utu ที่พัฒนาแอปพลิเคชันบน LINE สำหรับปักหมุดพื้นที่และตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศล่วงหน้า 3 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมง รวมถึงเทคโนโลยีของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบปักหมุดและรหัสไปรษณีย์ เพื่อรองรับการช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้งานได้

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดยมีผู้ประกอบการและกลุ่ม Young Smart Farmer นำเสนอแพลตฟอร์มด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และบริการดิจิทัล ตลอดจนเทคโนโลยีโดรน ระบบบริหารจัดการน้ำ และระบบเกษตรในโรงเรือน ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และปัจจัยต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเพาะปลูก โดยมีต้นทุนเริ่มต้นประมาณหลักแสนบาท

S  42598425 0

นายไชยชนก กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีเหล่านี้จะมีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องต้นทุนให้เหมาะสมกับเกษตรกร จึงต้องมีการทดลองในรูปแบบ Sandbox และพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถลดต้นทุนลงเมื่อมีการใช้งานในวงกว้าง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์สูงสุด

“ผลลัพธ์ที่ต้องการคือการเพิ่มผลผลิต โดยใช้แรงงานและต้นทุนลดลงในระยะยาว ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยมี Young Smart Farmer จำนวน 5 กลุ่ม ได้รับการสนับสนุนและติดตั้งระบบบริหารจัดการในพื้นที่ เพื่อประเมินว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนได้มากน้อยเพียงใด หากประสบผลสำเร็จ ก็พร้อมขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีกล่าว

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบชุดอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเกษตรให้แก่ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรระดับอำเภอ จำนวน 3 ชุด และกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง จำนวน 2 ชุด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการผลิต และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรในพื้นที่

พร้อมกันนี้ นายไชยชนกได้เชิญชวนประชาชน เกษตรกร เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าร่วมโครงการ AI Passport ซึ่งเป็นโครงการที่รวบรวม AI จาก 14 ค่าย มากกว่า 30 โมเดล ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถทดลองใช้งาน AI ระดับมืออาชีพได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

5

“เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ และเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การที่รัฐบาลรวบรวม AI จาก 14 ค่าย มากกว่า 30 โมเดล มาไว้ในที่เดียวและเปิดให้ใช้งานฟรี ถือเป็นโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองและเรียนรู้การใช้ AI โดยเฉพาะโมเดลระดับโปรที่โดยปกติอาจมีค่าใช้บริการหลายร้อยบาทต่อเดือน เมื่อนำมารวมกันแล้วมีมูลค่าหลายหมื่นบาท แต่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีกล่าว

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการหารือแนวทางร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านค่าอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนในต่างจังหวัด เกษตรกร และนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการเข้าถึง AI Passport โดยคาดว่าจะมีการหารือแนวทางดังกล่าวในวันที่ 7 กันยายน 2569 เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ในรูปแบบที่เหมาะสมและมีค่าใช้จ่ายต่ำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีจึงขอเชิญชวนประชาชนให้รีบสมัครและทดลองใช้งาน AI Passport เพื่อเรียนรู้และนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยขณะนี้มีสิทธิ์การใช้งานคงเหลือประมาณ 3.5 ล้านสิทธิ์ จาก 5 ล้านสิทธิ์