โคบาลบูรพา 3 อำเภอสระแก้ว ร้อง กมธ.เกษตรฯ ชง ครม. ยกเลิกหนี้-เยียวยา หลังโครงการรัฐล้มเหลว 8 ปี

ภูมิภาค5 ก.ย. 2569 • 17:00 น.
โคบาลบูรพา 3 อำเภอสระแก้ว ร้อง กมธ.เกษตรฯ ชง ครม. ยกเลิกหนี้-เยียวยา หลังโครงการรัฐล้มเหลว 8 ปี

เกษตรกรโคบาลบูรพา 3 อำเภอ จ.สระแก้ว ยื่น กมธ.เกษตรฯ ชง ครม. ยกเลิกหนี้-เยียวยา หลังโครงการรัฐล้มเหลว 8 ปี

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.69 นายนพดล เหลืองทองนารา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ ณ ห้องประชุมชั้นสอง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อ ร่วมประชุมและ รับฟังปัญหาและรับหนังสือข้อเสนอเชิงนโยบายจากตัวแทนเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพา 3 อำเภอ (อรัญประเทศโคกสูง และวัฒนานคร) กว่า 6,000 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการโคบาลบูรพาซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560

โดยมี นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วกล่าวต้อนรับและเกษตรจังหวัดสระแก้วกล่าวรายงานพร้อมหัวหน้าส่วนภาครัฐที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการสหกรณ์ ปศุสัตว์โคบาลบูรพาร่วมประชุมในครั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายแบบสั่งการจากบนลงล่าง (Top-down) ที่ประสบความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ส่งมอบแม่พันธุ์โคไม่ได้คุณภาพ และขาดการสนับสนุนที่ครบวงจรตลอด 8 ปีที่ผ่านมา จนส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาหนี้สิน ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และเสียโอกาสในการพัฒนาชีวิต กลุ่มสหกรณ์ฯ จึงได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 6 ประการ เพื่อให้ กมธ.เกษตรฯ ผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) 

S  8028292 0

ทั้งนี้นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมนั้น ได้ขอความร่วมมือให้มีการชะลอการดำเนินการทางกฎหมายกับเกษตรกรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรณีการชำระหนี้เงินกู้ของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร หรือการชำระหนี้จากการจัดสรรงบกลาง เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวอีกด้วยสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคบาลบูรพากระจายอยู่ทุกอำเภอทั้ง 3 อำเภอ ที่ปริมาณการเลี้ยงโคมาที่สุดคืออำเภอวัฒนานคร รองลงมาเป็นอำเภอโคกสูง และอำเภออรัญประเทศ อย่างไรก็ตามการพัฒนาการเลี้ยงปศุสัตว์ก็มีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างอาทิปัญหาเงินทุนประกอบอาชีพต้นทุนการผลิตสูงปัญหาราคาโคตกต่ำเสนอ  ครม. ออกมติใหม่: ยกเลิกมติเดิม โดยใช้ฐานข้อมูลจริงจากสถาบันวิชาการคนกลางเป็นบรรทัดฐานในการแก้ไขปัญหา ตั้ง คกก. พิเศษระดับชาติ: แต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางอย่างแท้จริง เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเยียวยาเกษตรกร ยุติการดำเนินคดี: สั่งระงับและชะลอการฟ้องร้อง การทวงถามหนี้สินทุกกรณีไว้ก่อนในระหว่างรอข้อยุติเชิงนโยบายปลดภาระหนี้สินเป็นศูนย์: ยกเลิกสัญญาหนี้สินทั้งระบบ (หนี้แม่โค/แพะหนี้โรงเรือน/แหล่งน้ำ และสัญญากู้ยืมสหกรณ์) จ่ายเงินชดเชยเยียวยา: อนุมัติงบชดเชยค่าเสียโอกาส 20,000 บาทต่อรายต่อปี เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นทุนเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฟื้นฟูแบบคู่ขนาน: สนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูสภาพคล่องสหกรณ์ทั้ง 3 แห่ง พร้อมส่งเสริมอาชีพใหม่ให้เกษตรกรตามโมเดล BCG ข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างยั่งยืน และขอให้รัฐบาลใช้เจตจำนงทางการเมืองเข้ามารับผิดชอบความบกพร่องทางการบริหารจัดการในอดีต แทนการโยนภาระหนี้สินให้เป็นความรับผิดชอบทางแพ่งของเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว