อบจ.โคราชผ่านงบปี 2570 กว่า 4.3 พันล้านบาท ใช้เวลาโหวตเพียง 10 นาที
สภา อบจ.นครราชสีมาเห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 4,313 ล้านบาท ส.อบจ. 43 คนลงมติเห็นชอบ เดินหน้าจัดสรรงบพัฒนาครอบคลุม 32 อำเภอ
วันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายเลิศชัย ธนประศาสน์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เปิดการประชุมสภา อบจ.นครราชสีมา สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 โดยมีระเบียบวาระการประชุมรวม 6 วาระ
ในการประชุมมีนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมรองนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา จำนวน 47 คน จากทั้งหมด 48 คน รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และบุคลากรส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
สำหรับระเบียบวาระที่ 5 เรื่องเสนอใหม่ ญัตติที่ 5.1 เรื่องขอความเห็นชอบ ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 ขั้นแปรญัตติ และวาระที่ 3 ขั้นลงมติ นายสาทิช บวชสันเทียะ รองนายก อบจ.นครราชสีมา ชี้แจงว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 4,313,340,200 บาท
งบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็นแผนงานต่าง ๆ ได้แก่ แผนงานบริหารทั่วไป 446,359,530 บาท แผนงานการรักษาความสงบภายใน 4,034,280 บาท แผนงานการศึกษา 1,746,777,820 บาท แผนงานสาธารณสุข 708,202,803 บาท แผนงานสังคมสงเคราะห์ 70,296,765 บาท แผนงานเคหะและชุมชน 48,881,000 บาท แผนงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 47,598,980 บาท และแผนงานการศาสนา วัฒนธรรมและนันทนาการ 82,229,400 บาท ส่วนด้านการเศรษฐกิจ ประกอบด้วยแผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา 545,116,743 บาท และแผนงานการเกษตร 10,320,000 บาท ขณะที่ด้านการดำเนินงานอื่น เป็นแผนงานงบกลาง 603,243,185 บาท
จากนั้นนายเลิศชัย ประธานสภา อบจ.นครราชสีมา ได้ขอมติที่ประชุมตามกระบวนการของสภาท้องถิ่น ผลปรากฏว่า สมาชิกสภา อบจ.จำนวน 47 คน ลงมติเห็นชอบ 43 คน และงดออกเสียง 4 คน โดยใช้เวลาในการพิจารณาเฉพาะวาระดังกล่าวประมาณ 10 นาที
ด้านนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า บทบาทของ อบจ.โฉมใหม่ครอบคลุมการบริหารจัดการโรงเรียนมัธยมศึกษา 58 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 182 แห่ง รวมถึงกำกับดูแลสถานสงเคราะห์คนชรา 2 แห่ง โดยอยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์แห่งใหม่เพื่อรองรับผู้สูงอายุและยกระดับคุณภาพชีวิต
นายก อบจ.นครราชสีมา ระบุว่า การดำเนินโครงการต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง อบจ.นครราชสีมาให้ความสำคัญกับการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับผู้รับจ้างและผู้เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้วยตนเอง เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
นางยลดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสรรงบประมาณพยายามให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอ เพื่อดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ส่งเสริมอาชีพ ดูแลปัญหาปากท้อง และสนับสนุนโครงการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต โดยยึดหลักว่าการบริการประชาชนคือภารกิจสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงสร้างรายรับของ อบจ.นครราชสีมา งบประมาณกว่า 4.3 พันล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ที่จัดเก็บเอง 161.71 ล้านบาท หรือ 3.75% รายได้จากภาษีจัดสรร 1,604 ล้านบาท หรือ 37.19% และเงินอุดหนุน 2,547.35 ล้านบาท หรือ 59.06% โดยภาพรวมรายรับมีแนวโน้มลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ในส่วนของรายได้จากภาษีและดอกเบี้ย มีการระบุว่า ภาษียาสูบลดลงจากเดิม 60 ล้านบาท เหลือ 55 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ลดลงจาก 464.75 ล้านบาท เหลือ 440 ล้านบาท และรายได้ดอกเบี้ยลดลงจาก 65 ล้านบาท เหลือ 55.3 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน มีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงสร้างรายจ่ายของ อบจ.นครราชสีมา ทั้งในเรื่องการกระจุกตัวของงบประมาณและการปรับทิศทางงานประชาสัมพันธ์ โดยมีงบฝึกอบรมและศึกษาดูงาน 3.9 ล้านบาท งบสื่อสารภาพลักษณ์ 1.85 ล้านบาท ตัดงบสื่อสารออนไลน์ 586,000 บาท และโยกไปเป็นงบสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อมวลชน 1.35 ล้านบาท รวมถึงงบผลิตข่าวสาร 500,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าการศึกษาดูงานนอกสถานที่ยังมีตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ที่ไม่ชัดเจนในแง่การนำผลไปต่อยอดกับแผนพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่การปรับลดสื่อออนไลน์และเพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบดั้งเดิมก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่ควรติดตามถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ