ปิดตำนาน “ครูสมจิตร ” เจ้าของเพลง “รำวงสระบุรี” ลูกชายประกาศสานต่อเพลงให้คนไทยได้ร้อง

ภูมิภาค3 ก.ย. 2569 • 21:57 น.
ปิดตำนาน “ครูสมจิตร ” เจ้าของเพลง “รำวงสระบุรี” ลูกชายประกาศสานต่อเพลงให้คนไทยได้ร้อง

สระบุรีสูญเสียศิลปินเพลงพื้นบ้านและสื่อมวลชนอาวุโส “ครูสมจิตร คชฤทธิ์” ผู้แต่ง “รำวงสระบุรี” ลูกชายเผยครอบครัวตั้งใจให้บทเพลงเป็นมรดกของชาวสระบุรีและคนไทย

วันที่ 3 กันยายน 25569 จังหวัดสระบุรีสูญเสียบุคคลสำคัญด้านศิลปวัฒนธรรมและสื่อมวลชน เมื่อ ครูสมจิตร คชฤทธิ์ ศิลปินนักแต่งเพลงพื้นบ้าน เจ้าของบทเพลง “รำวงสระบุรี” และสื่อมวลชนอาวุโสของจังหวัดสระบุรี จากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569ในวัย 92 ปี ณ บ้านพักใน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ลูกศิษย์ ผู้ร่วมงาน และผู้ที่รู้จัก

ครูสมจิตรเป็นชาว ตำบลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีความเชี่ยวชาญด้านภาษา การประพันธ์ร้อยแก้ว ร้อยกรอง และเพลงพื้นบ้าน เคยดำรงตำแหน่งกำนัน เป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พระพุทธบาท รวมถึงได้รับการยกย่องเป็น ศิลปินดีเด่นจังหวัดสระบุรี

ผลงานสำคัญที่ทำให้ชื่อของครูสมจิตรอยู่ในความทรงจำของชาวสระบุรี คือบทเพลง “รำวงสระบุรี” ซึ่งแต่งขึ้นเมื่อปี 2520 โดยนำเรื่องราวและชื่ออำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดสระบุรีในขณะนั้นมาร้อยเรียงเป็นบทเพลง ก่อนจะได้รับความนิยมและถูกนำไปร้องโดยคณะดนตรีและวงรถแห่ สร้างความสนุกสนานให้ผู้คนอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ และยังได้รับรางวัลชนะเลิศเพลง “ขลุ่ยครวญ” จากคณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย รับรางวัลพระราชทานเกียรติบัตรและเข็มเกียรติยศ จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2536

ทางด้านนายพุฒิศักดิ์ (แต้ม) คชฤทธิ์ ลูกชายคนเล็ก เผยว่า พ่อของตนเองนั้นป่วยเป็นโรคไต ความดัน และต่อมลูกหมาก รักษาอาการป่วยมาได้ประมาณ 1 ปี จนเมื่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ขาเริ่มไม่มีแรงเดินไม่ได้ และรับประทานอาหารได้น้อยลง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.05 น.พ่อได้จากไปโดยสงบที่บ้านพัก ส่วนร่างของพ่อที่มีกำหนดรดน้ำศพในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน นั้นเนื่องจากว่าที่ที่จะจัดบำเพ็ญกุศลศพของพ่อนั้น ไม่มีศาลาที่ว่างเลย จึงได้นำร่างของพ่อฝากไว้ที่ รพ.พระพุทธบาทก่อน จากนั้นจะนำร่างของพ่อมาจัดพิธีทางศาสนาในวันที่ 6 กันยายน นี้

นายพุฒิศักดิ์ กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ และผู้ใหญ่ทางจังหวัดที่ให้ความเมตตา ต่อครอบครัว คชฤทธิ์ ขอเรียนมาร่วมงานในวันอาทิตย์ที่ 6 เวลาประมาณ 17.00 น.จะมีพิธีรดน้ำศพ และในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลาประมาณ 16.00 น.จะทำการฌาปนกิจ ในส่วนเรื่องของการแต่งเพลง พ่อของตนเองนอกจากที่ทำหนังสือพิมพ์ ก็เป็นคนที่ชอบแต่งเพลงจนได้รับรางวัลมามากมาย ส่วนรางวัลที่พ่อภูมิใจมากจะเป็นรางวัลพระราชทานที่ได้รับจาก สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งได้รับจากมือของท่าน ก็เป็นเพลงที่ชนะเลิศ คือเพลง “ขลุ่ยครวญ”ซึ่งตนเองก็ภูมิใจที่ได้ไปร่วมในพิธีด้วย ไม่ว่าพ่อจะไปแต่งเพลงที่ไหนตนเองก็จะได้ไปด้วยเสมอ ส่วนเรื่องการเขียนกลอนนั้นทุกเช้าพ่อจะต้องเขียนกลอน ส่งไปยังสถานีวิทยุ ในรายการของ ปรีชา ทรัพย์โสภา (นักจัดรายการวิทยุในสมัยนั้น) เพื่อให้อ่านและทุกเช้าพ่อก็จะมาเปิดฟังวิทยุ และพ่อยังชอบการแหล่สด ไม่ว่าจะไปร่วมงานที่ไหนพ่อจะชอบแหล่ให้คนฟัง จนได้รับรางวัลมาอย่างมากมาย

ส่วนการแต่งเพลง “รำวงสระบุรี”นั้น แต่ก่อนยังไม่มีครบทั้ง 13 อำเภอ จากนั้นเมื่อจังหวัดสระบุรี มีอำเภอขึ้นมาใหม่อีก 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอดอนพุด อำเภอวังม่วง และอำเภอเฉลิมพระเกียติ พ่อก็ได้แต่งเพิ่มให้ครบทั้ง 13 อำเภอ จากนั้นก็นำมาเผยแพร่ มีรถแห่นำไปเล่น ร้อง จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจของลูกหลานเป็นอย่างมาก ต่อมาได้มีทางบริษัท มายุ มาเหมือหลอกพ่อให้นำเพลงไปจดลิขสิทธิ์ ซึ่งทางลูกหลานทุกคนไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อยากขัดใจพ่อ หรือทำให้พ่อเสียใจ พ่อก็เลยไปจดลิขสิทธิ์ ก็เลยทำให้เพลงนี้เงียบไปเลย ตนเองของยืนยัน ณ ตรงนี้เลยว่าทางลูกหลาน และครอบครัว ทุกคนภูมิใจในเพลงนี้มาก อยากจะให้เพลงนี้ตกเพลงอนุรักษ์ หรือมรดก ของชาวจังหวัดสระบุรี หรือของคนไทยทุกคน ให้ แต่ขออย่างเมื่อนำไปเล่นของให้กล่าวถึงผู้แต่งคือ สมจิตร คชฤทธิ์ บ้างสักเล็กน้อย ซึ่งที่ผ่านมาพ่อเหมือนโดยหลอก ซึ่งในแต่ละเดือนบริษัท ลิขสิทธิ์ จ่ายให้เพียง 200 บาทบ้าง 300 บาทบ้าง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ทางลูกหลาน จึงอยากประกาศให้ยกเลิกลิขสิทธ์เพลง “รำวงสระบุรี” ซึ่งถ้ามีการไปเก็บค่าลิขสิทธิ์ถือว่าผิดกฎหมาย