ฆ่าปาดคอหญิงวัย 67ดับคาเสาไฟฟ้าหน้าบ้านคาดถูกชิงทรัพย์ 

ภูมิภาค12 ต.ค. 2565 • 07:31 น.
ฆ่าปาดคอหญิงวัย 67ดับคาเสาไฟฟ้าหน้าบ้านคาดถูกชิงทรัพย์ 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 65  ร.ต.อ.สนธยา  เย็นใจ  ร้อยเวรสภ.ปากท่อ  จ.ราชบุรี  ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้า หน้าบ้านเลขที่ 1  หมู่ 4  ต.ยางหัก  อ.ปากท่อ  ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรม  จึงรายงานให้ พล.ต.ต.วัชระพงษ์   อมราพิทักษ์  ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี  พ.ต.อ.โชติช่วง  ภาณุทัต  ผกก.สส.ภ.จ.ราชบุรี   พ.ต.อ.ชัยรัตน์  บัวขม  ผกก.สภ.ปากท่อ และนายพุฒิพงษ์  พุทธจันทรา  นายอำเภอปากท่อ  ได้รับทราบก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ปากท่อ  แพทย์เวรโรงพยาบาลปากท่อ  และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี  จุดปากท่อ  ในที่เกิดเหตุพบศพหญิงสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอก  นุ่งผ้าถุงลายดอก  สภาพศพนอนกองอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้า ตามร่างกายพบบาดแผลถูกของมีคมปาดที่คอ  และมีบาดแทงถูกแทงที่หน้าอก  หลังและที่ขา  ส่วนมือทั้งสองข้างมีบาดแผลถูกของมีคมบาดด้วย  คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง   ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือนางสาวคั้ง  อายุ 67 ปี  อยู่บ้านเลขที่เกิดเหตุ  

จากการสอบถามนางสาวพุทธรักษา  บุญอานันทนะ  ผู้ช่วยสารวัตรกำนัน ต.ยางหัก  ก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พระในวัดป่าพุหวาย ได้มาบิณฑบาตก็เห็นยายคั้ง  นอนอยู่โคนเสาไฟ ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นลม  จึงไปบอกลูกศิษย์ให้มาดู  ซึ่งเมื่อลูกศิษย์มาดูก็เห็นว่ามีบาดแผลตอนแรกคิดว่าหมากัด  แต่พอดูใกล้เห็นว่าที่คอมีแผล จึงได้แจ้งไปทางผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยดูอีกครั้งและมาพบว่ายายคั้ง ตายแล้วและมีร่องรอยการถูกทำร้าย  จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบดังกล่าว  

ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นคนในละแวกบ้านเดียวกันที่มาทำร้าย ยายคั้ง  ซึ่งไม่น่ามาทำร้ายยายเลย เพราะยายไม่มีพิษภัยกับใคร  ใครจ้างก็ไปทำงานให้  พอตกเย็นก็จะไปดูข่าวในทีวีที่บ้านของน้องสาว  ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกล  พอดูข่าวจบก็จะเดินกลับมานอนที่บ้านเพราะบ้านยายไม่มีทีวี ส่วนเรื่องอาหารการกินก็จะมีหลวงพ่อที่วัดป่าพุหวาย นำมาให้เป็นประจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนที่ทำร้ายยายให้ได้ เพราะเชื่อว่าน่าจะหวังแค่เอาเงินจากยาย  เพราะกระเป๋าของยายหายไปและก่อนที่ยายจะกลับบ้านเมื่อคืนน้องสาวของยายก็ให้เงินยายมาด้วย 120 บาท ซึ่งการฆ่ายายในครั้งนี้ก็น่าจะหวังแค่เงินอย่างเดียว 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปสอบถามพระภายในวัดป่าพุหวาย ที่มาพบยาย คั้ง เป็นองค์แรกก็บอกว่า  เห็นโยมนอนอยู่ตอนแรกก็คิดว่าเป็นลม  จึงให้ลูกศิษย์มาดูแต่ก็พบว่า ยายคั้ง นั้นตายแล้ว 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปควบคุมตัวชายต้องสงสัยรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และเป็นคนที่ติดเหล้าอย่างหนัก มาสอบสวนแต่ยังให้การอะไรไม่ได้เพราะเมาหนักมาก  เจ้าหน้าที่ต้องรอให้สร่างเมาเสียก่อนจึงจะทำการสอบปากคำ  รวมทั้งพบมีด  เสื้อผ้าเปื้อนเลือดและกระเป๋าของยายที่บ้านของผู้ต้องสงสัย  เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานและจะนำส่งตรวจเพื่อเปรียบเทียบดีเอ็นเอด้วย  

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์  แต่ทั้งนี้ก็จะต้องรอสอบปากคำผู้ต้องสงสัยก่อนที่จะตั้งข้อกล่าวหาต่อไป