รมว.สธ.ลุยพลิกฟื้นหนี้ รพ.ขอนแก่น เงินติดลบลดเหลือ 700 ล้าน คาด 18 เดือนสภาพคล่องดีขึ้น
รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามวิกฤตการเงิน รพ.ขอนแก่น หลังเงินบำรุงสุทธิติดลบลดจาก 1,200 ล้านบาท เหลือประมาณ 700 ล้านบาท ชี้หากเดินหน้าต่อเนื่อง คาดไม่เกิน 18 เดือนสภาพคล่องดีขึ้น
วันที่ 3 ก.ย.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ,นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่โรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อติดตามสถานการณ์วิกฤตทางการเงินการคลังของโรงพยาบาล พร้อมประชุมร่วมคณะผู้บริหารฯเพื่อติดตามสถานการณ์การพลิกฟื้นวิกฤตการเงินโรงพยาบาลขอนแก่น
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า มาตรวจเยี่ยมที่โรงพยาบาลขอนแก่นหลังจากที่ 10 เดือนที่แล้วได้มาที่นี่มารับฟังไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจ สสจ. หรือ ผอ.รพ.ฯ ว่าจะทำอย่างไรเพราะว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลขอนแก่นเงินบำรุงสุทธิในวันนั้นติดลบอยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาท แต่ว่าผ่านมา 10 เดือนยังเอาอยู่กำลังใจและความสามัคคีของบุคลากรที่เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันกับทางผู้บริหารเพื่อที่จะบริหารจัดการในเรื่องของการให้บริการการบริหารจัดการในเรื่องของสต๊อกยาสต๊อกเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลรวมถึงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลให้ลดลง
"ตอนนี้ยังไม่ได้ปิดงบการเงินทั้ง 12 เดือน แต่เงินบำรุงสุทธิติดลบน้อยลงเหลืออยู่ประมาณ 700 ล้านบาท สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลขอนแก่นดีขึ้น แต่ก็ยังมียอดที่ติดลบเยอะอยู่พอสมควรเหตุที่ติดลบน้อยลงเพราะว่าเมื่อปีที่แล้วทางส่วนกลางโดยทางปลัดกระทรวงได้มีการจัดสรรเงินเพิ่มเติมลงมาให้ประมาณ 200 ล้านบาท และการลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลขอนแก่นลงก็ช่วยได้หลาย 100 ล้านบาทการจัดสรรบุคลากรการจัดเวรทำงานการบริหารจัดการรวมถึงเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ต่างๆ มีการปรับให้การทำงานรักษาคนป่วยมุ่งเน้นไปที่การคนป่วยที่มีการสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นจึงขอเก็บค่าใช้จ่ายจากงาน สปสช. ได้มากยิ่งขึ้น"
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สำหรับการเคลมค่าใช้จ่ายระหว่างโรงพยาบาลกับ สปสช. ได้มีการพูดคุยกันและมีการพัฒนาร่วมกันว่าการส่งข้อมูลการเคลมการรักษาพยาบาลต่างๆให้มีความชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นหรือว่าเบิกไม่ได้ตรงนี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยได้และยังมีตัวเลขอีกส่วนหนึ่งที่ทาง สปสช. จะจ่ายแต่ยังไม่ได้จ่ายประมาณ 30- 40 ล้านบาท ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างน่าพอใจและเชื่อว่าถ้าสถานการณ์เป็นในลักษณะนี้ไปอีก 2-3 ปีตัวเลขติดลบคงจะหมดไป
"ประมาณ2-3 ปี ตัวเลขเงินบำรุงสุทธิติดลบ ของ รพ.ขอนแก่นคาดว่าคงจะไม่มีภายในไม่เกิน 18 เดือนสภาพคล่องในการที่จะทำงานดีขึ้นพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานต่างๆให้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มอบนโยบายให้แก่โรงพยาบาลขอนแก่นว่าอาจจะไม่จำเป็นที่เก่งในทุกเรื่องอาจจะต้องเลือกมุมที่เราถนัดและพัฒนาไปได้ จากนั้นพอแข็งแรงแล้วก็คงจะต้องหันไปช่วยสร้างเครือข่ายให้กับโรงพยาบาลอยู่ใกล้เคียงต่อไปภาพรวมประเทศคิดว่าปีหน้าที่ได้งบประมาณมาเพิ่มเติมคงจะช่วยให้โรงพยาบาลโดยภาพรวมดีขึ้นตอนนี้เงินบำรุงติดลบของ รพ.ขอนแก่นสิ้นปีงบประมาณ2568 ประมาณ 1,200 ล้านบาท ยังไม่ครบ 12 เดือนของปี 2569 เงินติดลบสุทธิอยู่ประมาณ 700 ล้านบาทคิดว่าสถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับเพราะว่าจิตใจของผู้บริหารและบุคลากรแข็งแกร่ง"
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า จากภาวะการณ์ ที่ รพ.ขอนแก่นขาดทุนอย่างหนักและกลับมาฟื้นตัวได้คิดว่าน่าจะเป็นโมเดลให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ซึ่งก็ต้องเอาจุดดีจุดแข็ง เอามาถอดบทเรียนและเอามาปรับใช้ไม่ได้หมายความว่ายาชนิดเดียวกันจะใช้ได้ได้ดีกับคนไข้ทุกคนเพราะคนไข้แต่ละคนมีอาการแตกต่างกันไปผู้บริหารที่นำโมเดลนี้ไปใช้ก็ต้องพิจารณาถึงอาการพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลที่ตัวเองสังกัดและควบคุมดูแลด้วย