ผู้ว่าฯ ระยองถก ศอ.ปส. เร่งปราบปรามยาเสพติด ควบคู่บำบัดผู้เสพ หลังสถิติจับกุมสูงอันดับ 2 ภาคตะวันออก

ภูมิภาค31 ส.ค. 2569 • 15:58 น.
ผู้ว่าฯ ระยองถก ศอ.ปส. เร่งปราบปรามยาเสพติด ควบคู่บำบัดผู้เสพ หลังสถิติจับกุมสูงอันดับ 2 ภาคตะวันออก

ผู้ว่าฯ ระยอง เรียกประชุม ศอ.ปส.จ.ระยอง ครั้งที่ 8/2569 ติดตามสถานการณ์ยาเสพติด หลังพบสถิติจับกุมสูงเป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออก เผยช่วง 1 ต.ค. 68-31 ก.ค. 69 จับกุมแล้ว 4,831 คดี ยึดยาบ้ากว่า 6.6 แสนเม็ด ไอซ์กว่า 28 กิโลกรัม พร้อมเร่งเดินหน้าปราบปราม ควบคู่บำบัดผู้เสพ

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดระยอง (ศอ.ปส.จ.ระยอง) ครั้งที่ 8/2569 ประจำเดือนสิงหาคม โดยมีคณะกรรมการฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่

ที่ประชุมได้รับรายงานจากสำนักงาน ปปส.ภาค 2 ถึงสถานการณ์ยาเสพติดจังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 พบว่า ระยองมีสถิติการจับกุมคดียาเสพติดสูงเป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออก รวม 4,831 คดี คิดเป็นร้อยละ 21.03 ของคดีทั้งหมดในภาคตะวันออก

3069868

สำหรับพื้นที่ที่มีสถิติการจับกุมสูงสุด 3 อันดับแรกของจังหวัด ได้แก่ อำเภอเมืองระยอง 1,802 คดี อำเภอแกลง 754 คดี และอำเภอบ้านค่าย 535 คดี สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ยาเสพติดยังเป็นปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังและเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

ส่วนข้อหาที่พบมากที่สุด ได้แก่ เสพ 2,403 ราย จำหน่าย 1,298 ราย และครอบครอง 1,092 ราย ขณะที่ผลการจับกุมสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 662,356 เม็ด ไอซ์ 28,454.70 กรัม คีตามีน 2,508.35 กรัม ยาเอ็กซ์ตาซี่ 711 เม็ด และเฮโรอีน 5.09 กรัม

3069866

3069814

ขณะเดียวกัน จังหวัดระยองยังดำเนินการด้านการบำบัดรักษา โดยมีผู้เข้ารับการบำบัดรวม 2,125 ราย พื้นที่ที่มีผู้เข้ารับการบำบัดมากที่สุด ได้แก่ อำเภอบ้านค่าย รองลงมาเป็นอำเภอเมืองระยอง และอำเภอแกลง

ที่ประชุมยังติดตามผลการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติดทั้งในสถานศึกษา นอกสถานศึกษา และสถานประกอบการ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย และการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการของทุกหน่วยงาน เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติด ควบคู่กับการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม