ร้องตรวจปากคลองนกยางพัทยา พบสิ่งปลูกสร้างรุกคลอง–ป่าชายเลนราว 149 ครัวเรือน ทสจ.ชลบุรีชี้พื้นที่ป่าอยู่ในความรับผิดชอบ สจป.9

ภูมิภาค29 ส.ค. 2569 • 15:37 น.
ร้องตรวจปากคลองนกยางพัทยา พบสิ่งปลูกสร้างรุกคลอง–ป่าชายเลนราว 149 ครัวเรือน ทสจ.ชลบุรีชี้พื้นที่ป่าอยู่ในความรับผิดชอบ สจป.9


ร้องตรวจปากคลองนกยางพัทยา พบสิ่งปลูกสร้างรุกคลอง–ป่าชายเลนราว 149 ครัวเรือน ทสจ.ชลบุรีชี้พื้นที่ป่าอยู่ในความรับผิดชอบ สจป.9

เมืองพัทยาเดินหน้าตรวจสอบปัญหาการรุกล้ำคลองสาธารณประโยชน์บริเวณปากคลองนกยาง หรือคลองหัก หลังวัดช่องลม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและสำรวจพบประชาชนประมาณ 149 ครัวเรือนมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรีระบุ หากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จะถือเป็นพื้นที่ป่าตามกฎหมาย และอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี)

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมืองพัทยาได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการบุกรุกคลองสาธารณะบริเวณปากคลองนกยาง หรือคลองหัก หลังวัดช่องลม ก่อนลงพื้นที่สำรวจและพบว่ามีประชาชนประมาณ 149 ครัวเรือนทำการรุกล้ำคลองสาธารณประโยชน์ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไข เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569

S  25477154 0
S 25477154 0

การประชุมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อำเภอบางละมุง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา และเมืองพัทยา โดยที่ประชุมมีมติให้สอบถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี (ทสจ.ชลบุรี) ว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด เพื่อให้สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

ต่อมา ทสจ.ชลบุรีพิจารณาและแจ้งว่า บริเวณปากคลองนกยางหรือคลองหัก ซึ่งเมืองพัทยาตรวจสอบพบการรุกล้ำคลองสาธารณประโยชน์นั้น หากพื้นที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จะถือเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี)

S  25477153 0
S 25477153 0

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบสภาพพื้นที่เป็นทั้งคลองสาธารณะและพื้นที่ป่าชายเลน มีเนื้อที่รวมประมาณกว่า 25 ไร่ โดยพบสิ่งปลูกสร้างหลายลักษณะ ทั้งบ้านพักอาศัยและห้องเช่า บางส่วนปลูกสร้างยื่นเข้าไปในแนวคลองและพื้นที่ป่าชายเลน นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการถมดินและการใช้ประโยชน์พื้นที่บางส่วนเพื่อปลูกสร้างที่พักอาศัย

จากข้อมูลที่ได้รับ พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีการระบุถึงสภาพพื้นที่คลองสาธารณะและพื้นที่ป่าชายเลน ก่อนที่ปัญหาจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออีกครั้งในปี 2569 เพื่อกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบและแนวทางดำเนินการ

สำหรับการแสดงหลักฐานสิทธิครอบครองพื้นที่ เบื้องต้นมีข้อมูลว่ามีผู้ยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์สิทธิเพียง 1 ราย จากจำนวนผู้ครอบครองและสิ่งปลูกสร้างที่ตรวจพบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การพิจารณาสิทธิในที่ดินและสถานะของสิ่งปลูกสร้างแต่ละรายยังต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินมายาวนานกว่า 10 ปี จึงมีการเรียกร้องให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขต สถานะการครอบครอง และสิ่งปลูกสร้างแต่ละจุดอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการสูญเสียพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มเติม

นอกจากนี้ คลองบริเวณดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระบายน้ำออกสู่ทะเล จึงควรมีการตรวจสอบว่าสิ่งปลูกสร้างและการถมพื้นที่ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งเมืองพัทยาประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่เป็นประจำ

ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไปคือ หลังจากมีการระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่แล้ว จะมีการตรวจสอบแนวเขตและสิทธิครอบครองทั้ง 149 ครัวเรือนอย่างไร รวมถึงจะดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้างที่ตรวจพบว่ารุกล้ำพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ป่าตามขั้นตอนกฎหมายเมื่อใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง