คืบหน้าหมู่บ้านประวรรดา ชาวบ้านถูกหมายจับ 24 ราย สภาทนายความเร่งช่วย 2 รายไร้เงินประกัน
ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านโครงการหมู่บ้านประวรรดา จังหวัดนครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากคดีขับไล่และมีชาวบ้านถูกออกหมายจับรวม 24 ราย ล่าสุด สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมาเร่งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยเฉพาะชาวบ้าน 2 รายที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ หลังไม่มีเงินจำนวน 5,000 บาทสำหรับใช้เป็นหลักประกัน พร้อมเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อหาทางออกร่วมกันให้กับชาวบ้านกว่า 40 หลังคาเรือน
สำหรับหมู่บ้านประวรรดา มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่กว่า ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2535 ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์และแฟลต ช่วงแรกชาวบ้านมีทะเบียนบ้าน มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้ตามปกติ ก่อนเกิดปัญหาย้อนหลังประมาณ 10 ปี มีการถูกตัดน้ำและตัดไฟ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนทยอยย้ายออก เนื่องจากปัญหาการชำระค่าเช่าพื้นที่ให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนา

กระทั่งวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านเพิ่งทราบว่าตนเองมีหมายจับ และต้องขนย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ทำให้หลายครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน เพราะมีเวลาเตรียมตัวเพียงเดือนกว่า ขณะที่บางรายพักอาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 30 ปี
นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้ทีมทนายความจะยื่นคำร้องขอประกันตัวชาวบ้าน 2 รายที่ถูกควบคุมตัว โดยขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักทรัพย์ ใช้วิธีปฏิญาณตนหรือสาบานตน พร้อมนำข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา โดยชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวไม่ได้ถูกตำรวจติดตามจับกุม แต่เดินทางมาศาลด้วยตนเองเพื่อสอบถามเรื่องคดี ก่อนพบว่ามีหมายจับและถูกควบคุมตัวตามขั้นตอนกฎหมาย

นายพรเทพกล่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวและดำเนินการตามขั้นตอนได้ทัน ชาวบ้านทั้ง 2 รายจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ภายในช่วงบ่าย พร้อมเตรียมให้ชาวบ้านลงนามแต่งตั้งทนายความ ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลในวันจันทร์ เพื่อขอให้มีการพิจารณาแนวทางไกล่เกลี่ยกับสำนักงานพระพุทธศาสนา
เบื้องต้นชาวบ้านต้องการทางออก 2 แนวทาง คือ ขอทำสัญญาเช่าพื้นที่โดยตรงกับสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่ออยู่อาศัยต่ออย่างถูกต้อง หรือหากไม่สามารถเช่าต่อได้ ก็พร้อมขนย้ายออก แต่ขอให้มีการขยายระยะเวลาเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่และขนย้ายทรัพย์สินอย่างเหมาะสม
ขณะที่ น.ส.นภารัตน์ เนตรสงคราม อายุ 57 ปี ชาวบ้านหมู่บ้านประวรรดา เปิดเผยว่า ตนเองเข้ามาอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2538 และซื้อบ้านในราคา 500,000 บาท ที่ผ่านมาทราบเรื่องหมายจับและกำหนดขนย้ายในวันที่ 24 สิงหาคม ทำให้แทบไม่มีเวลาเตรียมตัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยต้องดูแล
น.ส.นภารัตน์ ยืนยันว่า ชาวบ้านไม่ได้ต้องการขัดคำสั่งศาล หากต้องคืนบ้านก็พร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ขอเวลาเพิ่มเติม โดยต้องการให้ขยายเวลาไปถึง สิ้นปี 2569 เพื่อให้มีเวลาหาที่อยู่ใหม่และขนย้ายทรัพย์สิน
ทั้งนี้ สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ชาวบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเร่งดำเนินการทั้งเรื่องประกันตัวและการยื่นคำร้องเปิดทางให้มีการไกล่เกลี่ย หวังหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 40 หลังคาเรือนต่อไป
ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านโครงการหมู่บ้านประวรรดา จังหวัดนครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากคดีขับไล่และมีชาวบ้านถูกออกหมายจับรวม 24 ราย ล่าสุด สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมาเร่งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยเฉพาะชาวบ้าน 2 รายที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ หลังไม่มีเงินจำนวน 5,000 บาทสำหรับใช้เป็นหลักประกัน พร้อมเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อหาทางออกร่วมกันให้กับชาวบ้านกว่า 40 หลังคาเรือน
สำหรับหมู่บ้านประวรรดา มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่กว่า ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2535 ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์และแฟลต ช่วงแรกชาวบ้านมีทะเบียนบ้าน มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้ตามปกติ ก่อนเกิดปัญหาย้อนหลังประมาณ 10 ปี มีการถูกตัดน้ำและตัดไฟ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนทยอยย้ายออก เนื่องจากปัญหาการชำระค่าเช่าพื้นที่ให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนา
กระทั่งวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านเพิ่งทราบว่าตนเองมีหมายจับ และต้องขนย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ทำให้หลายครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน เพราะมีเวลาเตรียมตัวเพียงเดือนกว่า ขณะที่บางรายพักอาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 30 ปี
นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้ทีมทนายความจะยื่นคำร้องขอประกันตัวชาวบ้าน 2 รายที่ถูกควบคุมตัว โดยขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักทรัพย์ ใช้วิธีปฏิญาณตนหรือสาบานตน พร้อมนำข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา โดยชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวไม่ได้ถูกตำรวจติดตามจับกุม แต่เดินทางมาศาลด้วยตนเองเพื่อสอบถามเรื่องคดี ก่อนพบว่ามีหมายจับและถูกควบคุมตัวตามขั้นตอนกฎหมาย
นายพรเทพกล่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ประกันตัวและดำเนินการตามขั้นตอนได้ทัน ชาวบ้านทั้ง 2 รายจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ภายในช่วงบ่าย พร้อมเตรียมให้ชาวบ้านลงนามแต่งตั้งทนายความ ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลในวันจันทร์ เพื่อขอให้มีการพิจารณาแนวทางไกล่เกลี่ยกับสำนักงานพระพุทธศาสนา
เบื้องต้นชาวบ้านต้องการทางออก 2 แนวทาง คือ ขอทำสัญญาเช่าพื้นที่โดยตรงกับสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่ออยู่อาศัยต่ออย่างถูกต้อง หรือหากไม่สามารถเช่าต่อได้ ก็พร้อมขนย้ายออก แต่ขอให้มีการขยายระยะเวลาเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่และขนย้ายทรัพย์สินอย่างเหมาะสม
ขณะที่ น.ส.นภารัตน์ เนตรสงคราม อายุ 57 ปี ชาวบ้านหมู่บ้านประวรรดา เปิดเผยว่า ตนเองเข้ามาอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2538 และซื้อบ้านในราคา 500,000 บาท ที่ผ่านมาทราบเรื่องหมายจับและกำหนดขนย้ายในวันที่ 24 สิงหาคม ทำให้แทบไม่มีเวลาเตรียมตัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยต้องดูแล
น.ส.นภารัตน์ ยืนยันว่า ชาวบ้านไม่ได้ต้องการขัดคำสั่งศาล หากต้องคืนบ้านก็พร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ขอเวลาเพิ่มเติม โดยต้องการให้ขยายเวลาไปถึง สิ้นปี 2569 เพื่อให้มีเวลาหาที่อยู่ใหม่และขนย้ายทรัพย์สิน
ทั้งนี้ สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ชาวบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเร่งดำเนินการทั้งเรื่องประกันตัวและการยื่นคำร้องเปิดทางให้มีการไกล่เกลี่ย หวังหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านกับสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 40 หลังคาเรือนต่อไป
ภูมิภาค84