ศิษย์เก่ากมลาไสยเดือด! ร้องสอบตัดต้นไม้ 23 ต้น อ้างอายุร้อยปี จี้เอาผิด ผอ.
ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครู และนักเรียนโรงเรียนกมลาไสย รวมตัวแสดงพลัง #SAVEต้นไม้ หลังพบต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในโรงเรียนถูกตัดรวม 23 ต้น โดยมีบางต้นถูกระบุว่าอายุราว 100 ปี พร้อมเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมและแจ้งความตำรวจ ขอให้ตรวจสอบขั้นตอนการขออนุญาตตัดไม้และการนำไม้ออกจากพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงเรียนกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย นายประสงค์ ปาลลา ประธานชมรม STONG ต้านทุจริตจังหวัดกาฬสินธุ์ กรรมการสถานศึกษา พร้อมด้วยคณะศิษย์เก่า ครู ครูเกษียณ และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเกือบ 100 คน ร่วมกันยืนชูป้ายและแสดงพลังบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติภายในโรงเรียน เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดออกจากพื้นที่

กลุ่มศิษย์เก่าและนักเรียนระบุว่า ต้นไม้ที่ถูกตัดมีจำนวน 23 ต้น ประกอบด้วยต้นสมอพิเภก มะฮอกกานี กระถินณรงค์ และยูคาลิปตัส โดยบางต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2–3 ฟุต และถูกระบุว่าเป็นต้นไม้ที่มีอายุหลายสิบปีถึงราว 100 ปี อีกทั้งต้นไม้บางส่วนเคยผ่านพิธีบวชต้นไม้มาก่อน จึงสร้างความสะเทือนใจให้กับศิษย์เก่าและนักเรียนเป็นอย่างมาก
จากการลงพื้นที่พบร่องรอยตอไม้และขอนไม้ที่เหลืออยู่ในบริเวณดังกล่าว ขณะที่กลุ่มผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตถึงต้นไม้ที่ถูกตัดและนำออกจากพื้นที่ว่า ไม่ทราบว่าไม้ทั้งหมดถูกนำไปไว้ที่ใด รวมถึงต้องการให้ตรวจสอบว่าการตัดต้นไม้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่

นายรัตนชัย ผ่องโอสถ ตัวแทนศิษย์เก่า อ่านแถลงการณ์ของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสยและศิษย์เก่า โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของการตัดต้นไม้เกิดจากข้ออ้างเรื่องการตัดแต่งกิ่งตามที่ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานอนุญาตไว้ในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะมีการนำกลุ่มบุคคลและเครื่องมือตัดไม้เข้ามาดำเนินการในช่วงวันหยุดยาว

ต่อมาศิษย์เก่าบางรายพบเห็นการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ จึงมีการยุติการตัด แต่เมื่อตรวจสอบพื้นที่กลับพบว่ามีต้นไม้ถูกตัดไปแล้วจำนวน 23 ต้น จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการและการนำไม้ที่ถูกตัดออกจากพื้นที่
กลุ่มศิษย์เก่าระบุว่า หากต้นไม้ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินในพื้นที่ราชพัสดุ การดำเนินการตัดและนำไม้ออกควรเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง จึงต้องการให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบว่า มีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการดำเนินการของผู้บริหารโรงเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ด้านผู้สื่อข่าวได้ขอเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ได้รับแจ้งว่าผู้อำนวยการเดินทางไปราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จึงได้พบรองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งระบุว่าไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีการตัดต้นไม้ เนื่องจากไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ต้น และขอไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาการเพื่อให้การเรียนการสอนของโรงเรียนสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
ต่อมา พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญและศิษย์เก่ารุ่น 10 โรงเรียนกมลาไสย พร้อมนายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย ได้เข้าพบ นายอัศนัย คีรี ปลัดอาวุโส และนางกัญญ์ภัสสร บริหาร ปลัดอำเภอผู้ดูแลศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบกรณีการตัดต้นไม้ภายในโรงเรียน
นอกจากนี้ คณะศิษย์เก่ายังเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย โดยแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.กมลาไสย เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการกระทำความผิด โดยผู้ร้องเรียนระบุถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดอื่นที่อาจพบจากการสอบสวน
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป ขณะที่ประเด็นการตัดต้นไม้ทั้ง 23 ต้น การขออนุญาต และการนำไม้ออกจากพื้นที่ ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย