อินฟลูสุรินทร์โต้เดือด! ปม รพ.เอาภาษาเขมรออก หลังโซเชียลกัมพูชากล่าวหาติดเงินคนไข้ 2 หมื่น

ภูมิภาค28 ส.ค. 2569 • 10:09 น.
อินฟลูสุรินทร์โต้เดือด! ปม รพ.เอาภาษาเขมรออก หลังโซเชียลกัมพูชากล่าวหาติดเงินคนไข้ 2 หมื่น

“โก้ กันเลาะสะเร็น” อินฟลูเอนเซอร์สุรินทร์ออกคลิปโต้กระแสดราม่า หลังโรงพยาบาลสุรินทร์ปรับป้ายและนำข้อความภาษาเขมรออก พร้อมตั้งคำถามถึงข้อกล่าวหาเรื่องค่ารักษา 20,000 บาท

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ หลังโรงพยาบาลสุรินทร์ปรับปรุงป้ายบริเวณด้านหน้าฝั่งทิศใต้ของโรงพยาบาล โดยนำข้อความภาษาเขมรที่เคยปรากฏอยู่บนป้ายออก จนเกิดการพูดถึงและแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

กระแสดังกล่าวมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนจากฝั่งกัมพูชาเผยแพร่คลิปและแสดงความคิดเห็นในลักษณะไม่พอใจต่อการเปลี่ยนแปลงป้าย พร้อมมีการกล่าวอ้างว่าโรงพยาบาลสุรินทร์ติดค้างค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยชาวกัมพูชาเป็นเงิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากโรงพยาบาลสุรินทร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาข่าวนี้

จากกระแสดังกล่าว นายธีรพงษ์ เงินงาม หรือ “โก้ กันเลาะสะเร็น” อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่ ได้ออกมาเผยแพร่คลิปแสดงความคิดเห็นตอบโต้กระแสดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งคำถามถึงเหตุผลที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีโรงพยาบาลสุรินทร์นำข้อความภาษาเขมรออกจากป้าย

นายธีรพงษ์ ระบุในคลิปว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าโรงพยาบาลสุรินทร์ติดค้างค่ารักษาพยาบาลจำนวน 20,000 บาท ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางโรงพยาบาลโดยตรง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไม่ควรนำข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันมาเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ นายธีรพงษ์ ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามารับบริการด้านสาธารณสุขในประเทศไทย พร้อมตั้งคำถามว่า หากผู้ที่เข้ามารับการรักษามองว่าการให้บริการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องนำมาทวงบุญคุณหรือกล่าวอ้างถึงการนำเงินเข้ามาช่วยเหลือเศรษฐกิจไทย ก็ไม่ควรนำประเด็นดังกล่าวมาใช้สร้างความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และหากไม่พอใจหรือไม่ต้องการเข้ามารับบริการในประเทศไทย ก็สามารถเลือกไปรักษาที่อื่นได้ พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า “ต่อไปไม่ต้องมารักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ให้ไปรักษาที่ป่าช้าแทน”

ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวถึงอย่างรอบด้าน