ตำรวจออกหมายจับชายชู้บุกยิงผัวฝ่ายหญิงดับ เร่งล่าตัว พบประวัติมีคดีติดตัว
ตำรวจพังงารวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับชายชู้บุกยิงสามีของหญิงที่เกี่ยวข้องเสียชีวิตคาบ้าน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ระดมกำลังเร่งติดตามตัว พบมีประวัติคดีอาวุธปืนและพยายามฆ่า
วันที่ 27 ส.ค.69 จากกรณี นายกิตติ ใช้อาวุธลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ ยิงนายเอกฤทธิ์ เหตุเกิดบ้านหลังหนึ่ง ม.3 ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยนายเอกฤทธิ์ถูกยิงมีรอยกระสุนที่ศรีษะ จำนวน 1 นัด พบบาดแผลหลังหูขวา 1 รู หูขวาขาด แก้มขวา 2 รู หน้าผากขวา 1 รู เสียชีวิตคาที
หลังจากก่อเหตุทางนายกิตติ มือยิงได้ใช้รถจักรยานยนต์ honda wave สีแดง ทะเบียนภูเก็ต ขับหลบหนีมาในพื้นที่หมู่ 3 บ้านบางหลาบ อำเภอตะกั่วทุ่งจังหวัดพังงา ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร และได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในสวนยางพาราและผู้ก่อเหตุได้เดินเท้าหลบหนีขึ้นไปบนภูเขาที่เป็นสวนยางและสวนปาล์มของชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะกั่วทุ่ง พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วทุ่ง ได้นำกำลังกว่า 50 นายขึ้นปิดล้อมตรวจค้นจุดที่คาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีแต่อย่างไร้วี่แวว จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วทุ่ง ก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องขอหมายจับนายกิตติ ต่อศาลจังหวัดพังงา ซึ่งศาลจังหวัดพังงาได้อนุมัติหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุอันควร” เพื่อประการสืบจับต่อไป


ทั้งนี้ ประวัติผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีอาวุธปืนเมื่อประวัติ ปี พ.ศ. 2552 ถูกดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ท้องที่ สภ.ตะกั่วทุ่ง ศาลตัดสิน จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปี พ.ศ.2560 ถูกดำเนินคดีข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พกพาฯ ท้องที่ สภ.ตะกั่วทุ่ง ศาลตัดสิน จำคุก 12 เดือน ปี พ.ศ.2566 มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง พกพาฯ ท้องที่ สภ.ตะกั่วทุ่ง ศาลตัดสิน จำคุก 12 เดือน ปี พ.ศ. 2566 ถูกดำเนินคดี พยายามฆ่าผู้อื่น ท้องที่ สภ.ตะกั่วทุ่ง ศาลตัดสิน จำคุก 12 เดือน ปรับ 2,000 บาท

ล่าสุดทาง นายวิเชฐ สูยะนันท์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดพังงาฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วทุ่งได้เข้าเจรจากับญาติพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุเพื่อให้ทางผู้ต้องหาเข้ามอบตัวซึ่งคาดว่าอีกไม่นานน่าจะนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำได้โดยเร็ว