หวั่นซ้ำรอย! จัดซ้อมแผนรับมือกลุ่มวัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาล

ภูมิภาค12 พ.ย. 2562 • 09:21 น.
หวั่นซ้ำรอย! จัดซ้อมแผนรับมือกลุ่มวัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาล
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 น.พ.สมพงษ์ พัฒนกิจไพโรจน์ ผู้อำนวยการ ร.พ.บางสะพานน้อย, พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ ผกก.สภ.บางสะพานน้อย ร.ท.สมภพ โคโยธา หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กิจการพลเรือน กองกำลังสุรสีห์ ที่ 109 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมกันซ้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันภายในโรงพยาบาล หลังจากเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา ช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ 2562 ได้เกิดเหตุวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนกันหน้าฉุกเฉิน โดยการฝึกซ้อมครั้งนี้ได้มีการจำลองกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่มก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันบริเวณหน้า รร.บางสะพานน้อยวิทยาคม และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยได้มีการนำผู้บาดเจ็บส่ง มายัง โรงพยาบาลบางสะพานน้อย แต่กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่ายไม่พอใจคู่กรณี ตามไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันต่อที่หน้าห้องฉุกเฉิน รพ. โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดซ้อมแผนเผชิญเหตุ การประสานงานขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ตลอดจนผู้ที่เข้ามารับการรักษาและญาติของผู้ป่วยที่อยู่ภายในบริเวณโรงพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต น.พ.สมพงษ์ กล่าวว่า เป็นการซักซ้อมความเข้าใจ ของโรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆที่ หากเกิด มีการเข้ามาตีกันภายในโรงพยาบาลและมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย จะแยกกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สิน โดยการขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กู้ภัย เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน เพื่อลดความสูญเสีย ส่วนในห้องฉุกเฉิน ปัจจุบันมีการ ใช้วิธีล็อคประตูอัตโนมัติ โดยมีเวรยามในการควบคุมสถานที่ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และการส่งสัญญาณถึงตำรวจ โดยอัตโนมัติเพราะบางครั้งมีการบังคับไม่ให้พยาบาลใช้โทรศัพท์ พ.ต.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีการประชุมร่วมวางแผน ทำการฝึกซ้อมและนำปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้วิธีการจำลองสถานการณ์ทั้งคู่กรณีที่ถูกนำส่งที่โรงพยาบาล จากนั้นจะมีการแยกคู่กรณีออกเป็น 2 ส่วนจะนำส่งไปจุดไหนบ้าง ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเคยมีการก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุภายในโรงพยาบาลทั้ง 9 ราย ซึ่งมีการกระทำผิดต่างกรรมต่าง วาระ ศาลได้สั่งลงโทษ ตั้งแต่ 8 เดือนถึง 10 เดือน ไม่มีการรอลงอาญา ดังนั้นจึงฝาก ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า การก่อเหตุในโรงพยาบาลจะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด