สกู๊ปพิเศษ|“สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน” จับมือ “กก.ประสานงานศึกษาคลองไทย 5 จังหวัดภาคใต้

ภูมิภาค27 พ.ค. 2560 • 05:54 น.
สกู๊ปพิเศษ|“สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน” จับมือ “กก.ประสานงานศึกษาคลองไทย 5 จังหวัดภาคใต้
สกู๊ปพิเศษ|“สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน” จับมือ “กก.ประสานงานศึกษาคลองไทย 5 จังหวัดภาคใต้“ชง “รัฐบาล” คชส. ตั้งคณะกรรมการศึกษาขุด “คลองไทย” 9A ความเพียรพยามจากอดีต “สู่” ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความสนใจในโครงการขุดคลองกระมานาน ว่ากันว่า นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยา ทีต้องการขุดเพื่อความสะดวก รวดเร็วในการเคลื่อนกองทัพเรือจากฝั่งอ่าวไทยไปยังทะเลฝั่งอันดามัน และเพื่อให้การค้ากับต่างประเทศไม่ต้องเดินเรืออ้อมไปผ่านช่องมะละกา นสมัยนั้น “คลองกระ” เป็นเส้นทางที่สำคัญทางเดียวที่พม่าใช้เป็นเส้นทางเดินทัพเข้ามาตีเมืองปักษ์ใต้ ต่อมาฝรั่งเศสมีความคิดที่จะขุดคลองกระเพื่อสะดวกรวดเร็วในการเดินเรือรับส่งสินค้าระหว่างยุโรปกับจีนปัญหาในขณะนั้นอังกฤษมีอำนาจมากได้คัดค้านไม่เห็นด้วย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอังกฤษบนเกาะปีนัง และสิงคโปร์ แต่ปัจจุบันปัญหาวิกฤตด้านเศรษฐกิจของโลกและประเทศไทย และปัญหาความคับคั่งของเรือรับส่งสินค้าที่ผ่านช่องแคบมะละกามีจำนวนมาก ประธานนาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนได้ประกาศนโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเล “Maritime Silk Road”ช่องแคบมะละกาและคลองกระเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางด้วย ส่งผลให้ประเทศต่างๆ กลุ่มนักวิชาการ องค์กรต่างๆ และประชาชนมีความสนใจในเรื่องการขุดคลองกระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฯพณฯนายธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือเปิดผนึกถึง นายกรัฐมนตรีให้พิจารณาเรื่องการขุดคลองกระ(คลองไทย)เพื่อเศรษฐกิจของไทย จึงถึงเวลาแล้วที่คนใต้ต้องร่วมกันตัดสินใจว่าจะขุดคลองกระหรือไม่ เมื่อความหวังที่จะขุดคลองกระถูกพับเก็บเข้าลิ้นชัก แต่ปรากฏว่ายังมีความเพียรพยายามในอันที่จะขุดคลองดังกล่าว ด้วยการย้ายพื้นที่จาก “คลองกระ” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาเป็น “คลองไทย” ฟากฝั่ง 5 จังหวัดภาคใต้ทะเลฝั่ง “อันดามัน และ อ่าวไทย” ด้วยการดำเนินการร่วมระหว่าง “สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย-จีน” กับ “คณะทำงานประสานโครงการศึกษาคลองไทย 5จังหวัดภาคใต้” ล่าสุด ได้มีการจัดเวที เสาวนา รับฟังความเห็น “คิดอย่างไรกับการเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานศึกษาคลองไทย แนว 9A” โดยมี พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมการค้าไทย –จีน นำทีมพร้อมด้วย พล.อ.ประดิษฐ์ บุญเกิด เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ และ พล.ท.โอภาส รัตนบุรี ประธานกรรมาธิการศึกษาพื้นที่คลองไทย 9A และ “คณะทำงานประสานโครงการศึกษาคลองไทย แนว 9 A จังหวัดตรัง”ประกอบด้วย นายระพี อินทร์วิเศษ ประธานกรรมการทำงานประสานโครงการศึกษาคลองไทยจังหวัดตรัง นายนายทัศชัย อินทร์วิเศษ เลขานุการฯคลองไทยจังหวัดตรัง นายสงวน อั้นเต้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายสมหมาย หมาดทิ้ง กำนันตำบลเขาไม้แก้ว อ.สิเกา นายยงยุทธ์ ตี้ห้อ กำนันตำบลกะลาเส อ.สิเกา นายประดิษฐ์ สุขเสน กำนันตำบลวังวิเศษ อ.วังวิเศษ นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง นายสิทธิชัย บ่อม่วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมด้วยตัวแทนผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ภาคราชการ องค์กรชุมชน กลุ่มเอ็นจีโอ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีความมุ่งหวังในอันที่จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมทั้งรัฐบาล แต่งตั้ง “คณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ของการขุดคลองไทย 9A” พาดผ่านพื้นที่ “ชายเล 5 จังหวัดภาคใต้” ประกอบด้วย ตรัง พัทลุง กระบี่ สงขลา และ นครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 135 กิโลเมตร แม้ว่าจะมองดูว่าเป็นเพียงการ “วาดฝัน” แต่ คณะกรรมการฯร่วมดังกล่าว ก็มีความเพียรพยายามในอันที่จะเสนอข้อมูลไปยังรัฐบาลผลักกันให้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการศึกษาโครงการคลองไทย 9A อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะรัฐบาล คสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ของการบริหารประเทศซึ่งมีระยะเวลาเพียงอีกปีเศษๆ โดยที่ “โครงการขุดคลองไทย 9A” พาดผ่านพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ฝั่งทะเลมหาสมุทร์อินเดีย ประกอบด้วย ตรัง กระบี่ และ มหาสมุทร์แปรซิฟิก ประกอบด้วย พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช ความยาวคลอง 135 กิโลเมตร กว้าง 400 เมตร ลึก 30 เมตร สองด้านบนฝั่งขยายออกไปอีกด้านละ 1 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นปากคลองไทย ณ ท่าเรือบ้านแหลมไทร ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง ผ่านพื้นที่จังหวัดตรัง 4 อำเภอ 13 ตำบล 132 หมู่บ้านครัวเรือน 57,667 คน อ..คลองท่อม และ อ..เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 6 ตำบล 50 หมู่บ้าน จังหวัดพัทลุง 3อำเภอ 6ตำบล 50 หมู่บ้าน จังหวัดนครศรีธรรมราช 5 อำเภอ 21 ตำบล 152 หมู่บ้าน และจังหวัดสงขลา 1 อำเภอ 12 ตำบล 73 หมู่บ้าน พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการค้าและอุตสาหกรรมการค้าไทย –จีน กล่าวถึงมุมมองการศึกษาการขุดคลองไทย ว่า มีแนวคิดมานาน ในเรื่องของการขุดคลองไทย ใครได้ประโยชน์หรือไม่ ประเทศได้ประโยชน์หรือเปล่า ภูมิภาค ชาวโลก ได้ประโยชน์อย่างไร ตรงนี้จะเป็นคำตอบอยู่ในตัวว่า เมื่อเราได้แล้วคนอื่นต้องได้ด้วย ในส่วนของการคาดการณ์ว่าเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีจุดคุ้มทุนหรือไม่นั้น เราไม่ได้เก่งตรงจุดนี้ แต่ต้องมีทีมงานที่จะต้องศึกษา หลักการคุ้มทุน ปัญหาที่ว่าระหว่างความเจริญที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องสูญเสียไปนั้น ยังให้คำตอบไม่ได้ แต่ทีมงานได้รับการแต่งตั้งจะได้ศึกษากันในเชิงลึก จะต้องรับรู้ถึงวงจรต่างๆในพื้นที่ ทั้งวงจรของทรัพยากรธรรมชาติ ชีวิตสัตว์ รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้านทีทำมาหากินต้องดูแลหมดทุกมิติ จึงน่าจะหยิบยกขึ้นมาศึกษากันอย่างจริงจัง ไม่งั้นเท่ากับว่าเป็นการสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาล ประการสำคัญต้องให้ความรู้พื้นฐานต่อประชาชน ว่าสิ่งนี้ดีหรือไม่ดี เป็นความรู้เชิงกว้าง เมื่อประชาชนมองว่ามันน่าจะดีก็จะเป็นแรงสนับสนุน เพื่อเสนอรัฐบาล ตั้งคณะกรรมการศึกษาต่อไป” นายทัศชัย อินทรวิเศษ เลขานุการคณะกรรมการศึกษาคลองไทยจังหวัดตรัง กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการฯได้มีการจัดการประชุมเสวนาทางวิชาการ“คนตรังคิดอย่างไรกับการเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการศึกษาคลองไทย 9A”-ขึ้นเมื่อเร็วๆนี้นั้น และในวันนี้ทางคณะกรรมการคลองไทยจังหวัดตรัง ได้จัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือในการกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกในการทำงานต่อไป โดยจะต้องมีแผนการทำงานที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับทราบกันอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยเฉพาะประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการคลองไทย อย่างไรก็ตามมีความหวาดวิตกต่อผลกระทบของอภิมหาโปรเจ๊กดังกล่าว ได้สะท้อนมุมมองของประชาชนหลากหลายภาคส่วนอาทิ…!!! นายพิศิษฐ์ ชาญเสนาะ ประธานมูลนิธิหยาดฝน ให้ทรรศนะว่า เรื่องของการขุดคลองไทย หรือคอคลอดกระ มีการพูดคุยกันมานาน ซึ่งตนคิดว่าโครงการนี้ถ้าพูดถึงขนาดทุนต่าง เทคโนโลยี่ ค่อนข้างจะใหญ่และซับซ้อนมีผลกระทบที่เป็นผลร้ายกับสภาพสังคม สิ่งแวดล้อมไม่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ แต่ยังรวมถึงระดับประเทศ มองว่าโครงการขนาดใหญ่ในเมืองไทยหลายโครงการไม่ว่าจะเป็นอิสเทริน์ซีบอร์ด หนองงูเง่า รถไฟความเร็วสูง ที่ผ่านมามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาก กว่าจะทำได้และมีผลสรุปต้องใช้เวลา สำหรับเรื่องคลองไทย มองว่ามีความจำเป็นมากแค่ไหนที่จะต้องขุด สามารถแก้ปัญหาที่หยิบยกมาได้หรือไม่เป็นคำถามที่หลายฝ่ายมีความกังวล นายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ เลขานุการมูลนิธิอันดามันจังหวัดตรัง ให้ความเห็นว่า ยังเชื่อว่าคลองไทยขุดไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรและจะส่งผลกระทบต่อทั้งวิถีชีวิตชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมขาติฝั่งอันดามันอย่างประเมินค่ามิได้และกระทบรุนแรงกว่าโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูลรวมถึงโครงการแลนด์บริจ สงขลา-สตูลหลายเท่าตัว เพราะคลองไทยดำเนินการตั้งแต่ฝั่งอันดามัน ผ่านผืนดิน และทะลุอ่าวไทย ดังนั้นจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในวงกว้าง ทั้งทางทะเล ทางบก รวมถึงวิถีชีวิตชาวบ้านจะเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงเป็นโครงการที่ทำลายระบบนิเวศน์ให้เสียหายอย่างถาวร นายอะเหร็น พระคง ประธานชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนยังไม่ทราบเรื่องและรายละเอียดของโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่ทราบข้อมูลพื้นฐานว่ามีโครงการดังกล่าว และไม่ทราบด้วยว่าในจังหวัดตรังมีการตั้งคณะกรรมการประสานงานโครงการศึกษาคลองไทยจังหวัดขึ้นและยังไม่ได้มีการเชิญตนเข้าไปพูดคุย จึงไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ อย่างไรก็ตามตนก็ยังมีความวิตกว่า โครงการขุดคลองไทย จะต้องกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะทะเลตรังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูน และหญ้าทะเลที่สมบูรณ์ จนถึงขณะนี้ คณะกรรมการประสานงานโครงการศึกษาคลองไทย 9A “5จังหวัดภาคใต้” ยังคงเดินหน้าเผยแพร่ข้อมูล สร้างความเข้าใจ รับทราบความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการคลองไทย 9A ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน จัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ การตั้งวงเสวนา เพื่อจัดทำข้อสรุปเสนอไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการศึกษาโครงการคลองไทย 9A” อย่างเป็นทางการต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่ารัฐบาล คสช.จะมีอำนาจตัดสินใจได้เต็มร้อย