อบจ.ขอนแก่น จับมือมูลนิธิตะวันฉาย เติมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ผู้ป่วยปากแหว่ง-เพดานโหว่-พิการศีรษะและใบหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 8
อบจ.ขอนแก่น จับมือมูลนิธิตะวันฉาย เติมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ผู้ป่วยปากแหว่ง-เพดานโหว่-พิการศีรษะและใบหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เสริมทักษะที่แตกต่างกันเพื่อการดำรงชีวิตแบบใหม่ ให้อยู่ได้อย่างพอเพียง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ส.ค.2563 ที่โรงแรมอินภาวา จ.ขอนแก่น นายสิทธิกุล ภูคำวงศ์ รองนายก อบจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการการบริการที่สมบูรณ์แบบเพื่อการดูแลผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ และความพิการแต่กำเนิดของศีรษะและใบหน้า ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 8 ซึ่ง มูลนิธิตะวันฉาย ร่วมกับ อบจ.ขอนแก่น ,สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7,สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น,รพ.ศรีนครินทร์,ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานหรือศูนย์มีชัยบ้านไผ่ ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่ และพิการทางศีรษะและใบหน้า ในเขต จ.ขอนแก่น เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 50 คน
นายสิทธิกุล ภูคำวงศ์ รอง นายก อบจ.ขอนแก่น กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นปีที่ 8 ที่คณะทำงานได้กำหนดจัดกิจกรรมร่มกันมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนงบประมาณของ อบจ.ขอนแกน จากการที่ได้ดำเนินการมาทั้งหมด 11 ปี เพื่อให้ผู้ป่วยภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ และความพิการแต่กำเนิดของศีรษะและใบหน้า ได้มาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างน้อยที่สุดปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม ซึ่งในปีนี้คณะทำงานได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มประถมศึกษา ช่วงอายุ 7-12 ปี,กลุ่มมัธยมศึกษา ช่วงอายุ 13-17 ปี และกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่เด็กรวมทั้งผู้ปกครองจะมาทำกิจกรรมร่วมกันตามแนวทางของการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะของแต่ละช่วงวัยที่แตกต่างกัน
“ กิจกรรมในปีนี้นอกจากการให้ความรู้ในเรื่องของการแพทย์ การพยาบาลของเด็กแต่ละกลุ่มวัยและความพิการแยกแต่ละประเภทแล้วนั้นยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของการดำรงชีวิตที่เป็นการปรับตัวและดำรงชีวิตแบบใหม่ที่อยู่ได้แบบพอเพียง ทั้งยังคงต่อยอดความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิมให้เกิดประโยชน์ สร้างอาชีพให้กับตนเองและชุมชน ได้ และที่สำคัญคือการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กๆให้มีความเท่าเทียมและเทียบเท่ากับเด็กในวัยเดียวกัน เพราะหากได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านทักษะความคิดวิเคราะห์ การตระหนักรู้ และต่อยอดด้านอาชีพ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ก็จะส่งผลให้ครอบครัวมีพลัง จนนำไปสู่การนำพาประเทศที่ขับเคลื่อนไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคง”
รองนายก อบจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นภาวะที่พบมากที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งในการรักษานั้นต้องอาศัยทีมสหสาขาเฉพาะทาง บูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลไม่กี่แห่งที่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งมูลนิธิตะวันฉายจัดเป็นหน่วยบานที่สำคัญฝนการประสานการทำงานร่วมกันกับ อบจ.ขอนแก่นและทุกหน่วยงานในการที่สนับสนุนผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ฯ รวมทั้งครอบครัว ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและให้ความสำคัญในกระบวนการการรักษา จนนำไปสู่การปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่กับผู้อื่นได้อย่างปกติสุข