ตำรวจเชียงรายซ้อนแผนรวบแก๊งติดสินบนพนง.อ้างเป็นเลขารองผบ.ตร.หวังให้ปล่อยผู้ต้องหาชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง
วันที่ 20 พ.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน เจ้าหน้าที่งานสืบสวน สภ.เชียงแสน ภายใต้การอำนวยการของ ว่าที่ พ.ต.อ.ชินกร อัศวภูมิ ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน พ.ต.อ.ถนัด ชุ่มมะโน ผกก.สภ.เชียงแสน สั่งการให้ ชุดสืบสวนปราบปราม ด่าน ตม.เชียงแสน บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวนสภ.เชียงแสน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสุนฉ่าย (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นายพีระพล (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ชาว แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ น.ส.ธัฐธิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปีชาว ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายรัชต์ธพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาว ต.เมืองแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยของกลาง เงินสด จำนวน 800,000 บาท ในข้อหา ร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นการให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ปล่อยตัวหรือเปลี่ยนข้อหาก็ล้วนแต่เป็นการจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144

โดยนายรัชต์ธพงศ์ ได้ถูกแจ้งข้อหา แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงาน มาตรา 145 และ ข้อหา มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องจากการจับกุมต่างด้าวชาวจีน จำนวน 4 คนพร้อมคนนำพา 1 คน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ค.66 ที่ผ่านมา หลังจากมีการจับกุมแล้วได้มีการติดต่อประสานงานเข้ามายังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเพื่อเสนอเงินจำนวน 800,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมดโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำหน้าที่เป็นเลขา ของรอง ผบ. ตร.ท่านหนึ่ง

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ซ้อนแผน ให้ผู้ที่ประสานงานนำเงินจำนวน 800,000 บาทที่จะใช้เป็นการติดสินบนเจ้าหน้าที่มาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ทั้ง 4 คนได้เดินทางมาที่สภ.เชียงแสน พร้อมกับนำเงินสดมามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 4 คนและผู้นำพา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวเอาไว้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ นายรัชต์ธพงศ์ ได้อ้างว่าตนเอง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและปฏิบัติงานเป็นเลขาของ รอง ผบ. ตร.ท่านหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีรายชื่อเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่มี ความเกี่ยวเนื่อง กับ รอง ผบ. ตร.ที่กล่าวอ้างแต่อย่างใดทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวพร้อมของการวิทยุสื่อสาร ดำเนินคดีตามกฎหมาย