ราชภัฏโคราชผนึกกำลังเบทาโกร ชู “หนองระเวียงโมเดล” นำชาวบ้านพึ่งพาตนเองสู้ภัยวิกฤตโควิด-19

ภูมิภาค19 มิ.ย. 2563 • 10:02 น.
ราชภัฏโคราชผนึกกำลังเบทาโกร ชู “หนองระเวียงโมเดล” นำชาวบ้านพึ่งพาตนเองสู้ภัยวิกฤตโควิด-19
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่ห้องประชุมอาคาร 36 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มร.นม.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวี วัชระเกียรติศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และงานวิจัย มร.นม. เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างสมรรถนะภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบองค์ร่วมและโครงการการส่งเสริมทักษะการพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาในพื้นที่ ต.หนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษาร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่แบบองค์รวมใน 5 มิติ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ในปีงบประมาณ 2564 และนายอนุชา ศิริโภคานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองระเวียง ชี้แจงข้อมูลสภาพท้องถิ่น จากนั้นได้แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นสร้าง BODY ราชภัฏ รับปรัชญา วิสัยทัศน์และพันธกิจไปสร้างภาพลักษณ์รวมทั้งถอดบทเรียนจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเบื้องต้น เพื่อสร้างความรู้ทำความเข้าใจการพัฒนาโดยใช้รูปแบบชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวมและนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวี ในฐานะหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะภาคเอกชนได้ดำเนินงานภายใต้แนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมและปรับรูปแบบการให้สิ่งของ บริจาค การช่วยเหลือโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ มาเป็นการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ในลักษณะการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนภายใต้การพึ่งพาตนเอง ซึ่ง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ใช้แนวทางการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวม ใน 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม สังคมและการศึกษา โดยนำเครื่องมือการจัดการเพิ่มผลผลิตเข้าไปช่วยชาวบ้านให้เข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในรูปแบบ ชุมชนต้นแบบมีอาชีพดี สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมดีและมีความรู้คู่คุณธรรม แก้ไขปัญหาความยากจน อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ ประชาชนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงต้องปรับกลยุทธ์การทำงานโดยใช้รูปแบบกระบวนการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่นสามารถอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนในอนาคต