กลุ่มเกษตรกรอำเภอหล่มสัก-อำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เดือดจัดรัฐขึ้นภาษียาเส้น 2000 %
วันนี้ (4 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรที่ปลูกยาเส้นในพื้นที่อำเภอหล่มสัก และ อำเภอหล่มเก่า ราวประมาณ 2000 คน เ ดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ขอให้แก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาเส้นและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น จากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ตามกฎกระทรวงการคลัง กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกยาเส้นและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้นได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ จากการที่กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และมีผลบังคับใช้ 8 พฤษภาคม 2562 ซึ่งมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตยาเส้นจากเดิมกิโลกรัมละ 5 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 1,900 หรือ 20 เท่าตัว ทำให้เกษตรกรไม่สามารถขายยาเส้นให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้นได้ เพราะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้นไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปชำระภาษีสรรพสามิต ส่งผลให้ยาเส้นที่เพาะปลูกรอวันเสีย
ต่อมานายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่นสรรพสามิตจังหวัด หารือร่วมกับตัวแทนของเกษตรกร ตัวแทนของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ จากการหารือกลุ่มผู้เรียกร้องได้เสนอผ่านไปถึงรัฐบาล 2 ข้อคือ 1.ให้ระงับการเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราใหม่โดยทันทีโดยอาจจะใช้อัตราภาษีเดิมไปก่อน 2.ให้รัฐบาลทบทวนและหารือกับตัวแทนเกษตรกรในการที่จะขึ้นภาษีสรรพสามิตในอนาคต
นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับตัวแทนเกษตรกร จังหวัดเพชรบูรณ์ จะนำเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เพาะปลูกยาเส้น และ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาเส้น เสนอเรื่องไปยังรัฐบาล โดยผ่านสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และ ส่งต่อไปยัง กรมสรรพสามิต และ ให้กระทรวงการคลังได้รับเรื่องและพิจารณา ซึ่งปัญหาที่ราษฎรเดือดร้อนเรายินดีที่จะรับเรื่อง เพื่อให้ส่วนกลางได้ทราบและพิจารณาช่วยเหลือต่อไป
ด้านนายธนกฤต วลโภคาศัย ตัวแทนผู้ประกอบการ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศขึ้นภาษีสรรพาสามิตในครั้งนี้กว่า 2,000 % กล่าวคือเมื่อก่อนผู้ประกอบการซื้อแสตมป์ในการเสียอากรให้กับสรรพสามิตในอัตราถุงละ ( 10 กิโลกรัม) 58.75 บาท และ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศกฎกระทรวงให้ต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มเป็นถุงละ 1,175 บาท สูงขึ้นเกือบ 20 เท่า หรือ กว่า 2000 % และ เชื่อว่าไม่มีรัฐบาลใดในโลกที่เรียกเก็บภาษีเพิ่มจากเดิมถึง 2,000 % ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถรับซื้อยาเส้นจากเกษตรกรได้ เนื่องจากต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการต่างก็หยุดการรับซื้อทั้งหมดเนื่องจากแบกภาระการขาดทุนไม่ได้ อีกทั้งการประกาศขึ้นภาษีก็กระทำโดยเร่งด่วนและมีผลทันที.