"อนุทิน" วางเป้าผลิตน้ำมันกัญชา 1 ล้านขวด ภายใน5-6ปี
"อนุทิน" หนุน สธ.แก้กฎหมาย ปลดล็อกกัญชาโดยเร็วเพื่อเข้าสู่การใช้เป็นยารักษาโรคตามมาตรฐานการแพทย์สากล คาดภายใน 5-6 ปี ผลิตน้ำมันกัญชา ขวดละไม่เกิน 5 ซีซี ให้ได้ 1 ล้านขวด
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 ก.ค. 2562 ที่ห้องประชุมชั้น2 โรงแรมพลูแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุม วิชาการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (National Health R2R Forum) ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “Meta R2R to Value Based Healthcare” ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กำหนดจัดการประชุมขึ้น โดยมีบุคลากรใสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจากทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมรวมกว่า 3,000 คน ทั้งนี้ในช่วงของการประชุมนั้นได้มีกลุ่มเครือข่ายภูมิปัญญาอีสาน เพื่อการพึ่งตนเอง เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน เพื่อสนับสนุนแนวนโยบาบในการนำกัญชา เข้าสู่การพัฒนาสำหรับการใช้งานทางการแพทย์ด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า การปลดล็อคในเรื่องของกัญชานั้น ขณะนี้ อย. ได้เริ่มให้สถาบันการศึกษา และ มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งโรงพยาบาลเจ้าพระบาอภัยภูเบศร ทดลองกระบวนการการปลูกกัญชาแล้ว โดยกำหนดกรอบระยะเวลา 5-6 ปี จะต้องผลิตน้ำมันกัญชา ขวดละไม่เกิน 5 ซีซี ให้ได้ 1 ล้านขวดหรือ 5 ล้าน ซีซี เพื่อที่จะนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นลำดับขั้นตอนจะต้องค่อยทำไปทีละขั้นถ้าการรักษาพยาบาลจากสารสกัดจากกัญชาได้ผลมากก็จะเป็นบทพิสูจน์ของวงการการแพทย์ของไทย
" จากนั้นเราก็จะขยายการรักษาพยาบาลให้มากขึ้นเพิ่มไปได้เรื่อยๆ แล้วก็จะได้ไปเริ่มคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคลายอกกัญชาเพื่อเป็นการเข้าถึงบริการของประชาชน หลังจากนี้ก็จะได้นำสารสกัดจากกัญชามาใช้ในคนป่วยอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เราผลักดันมาได้ผลจริงๆ และคนที่ปลูกก็จะสามารถปลูกได้อย่างถูกต้องภายใต้การควบคุมของกฎหมาย"
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มว่า วันนี้กระทรวงสาธารณสุข หรือ สธ. ต้องร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อให้บริการทางสาธารณสุขของไทยให้ดีเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการบรรจุแพทย์ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่จะต้องมีแพทย์ประจำในระยะเวลาของการปฎิบัติงานที่ยาวยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้ทำการรักษาประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาลใหญ่ๆ โดยกำลังจะพยายามนำอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้ให้มากขึ้นมาติดไว้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแต่ละแห่งเพื่อที่จะใช้สมาร์ทโฟนเพื่อดูอาการของคนไข้จากโรงพยาบาลไกลๆได้ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดค่าเดินทางของคนไข้ไปยังโรงพยาบาลใหญ่ๆ
นายสุทธี ปุราทะกา ผู้ประสานงานเครือข่ายภูมิปัญญาอีสาน เพื่อการพึ่งตนเอง กล่าวว่า การพัฒนากัญชาสู่การให้บริการทางการแพทย์นั้นเป็นนโยบายที่รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณศุข ที่เจ้ากระทรวงเดินหน้าผลักดันในเรื่องังกล่าวถือว่ามาถูกทางแล้วดังนั้นารที่เครือข่ายฯ มาร่วมแสดงพลังสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและ สธ. ในครั้งนี้เป็นการแสดงออกและเรียกร้องให้ทุกคนนั้นได้เข้าถึงกัญชาได้ทุกภาคส่วน ทุกคน คนที่ไม่ป่วยไม่เป็นโรคก็สามารถเข้าถึงได้ และที่สำคัญคือการสนับสนุนในการปลูกกัญชาคนละ 6 ต้น แต่อยากให้ปลูกได้ทั่วไป
" ขณะที่เดียวกันเครือข่ายฯ อยากให้ปลดล็อคกัญชา อยากให้มีการยืดเวลาออกไปอีกและให้ปลูกได้อย่างเสรี เพราะเป็นวีถีดั่งเดิมของคนสมัยเก่าโดยใช้กัญชารักษาโรคเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านท้องถิ่น และการเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง" นายสุทธี กล่าว