'ปภ.สมุทรสาคร'คุมเข้มบูรณาการเฝ้าระวังสารเคมี-น้ำมันหวั่นซ้ำรอยแม่กลอง-เรือระเบิดไฟไหม้
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566 ร.ต.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ของปัญหาไฟไหม้เรือที่ จ.สมุทรสงคราม และมีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน (สมูธซี 22) ทราบว่ามีน้ำมันดีเซลจกค้างอยู่ ในขณะที่จอดซ่อมบำรุงภายในอู่ต่อเรือที่ ม.8 ต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม (เมื่อวันที่ 17ม.ค.66) ทั้งนี้ปรากฏว่า ล่าสุดทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯสมุทรสาคร นำโดย นายณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาคร ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมสำรวจข้อมูลในพื้นที่ไฟไหม้เรือในเบื้องต้นเพื่อประเมินสถานการณ์จากปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ ร.ต.ต.สัณฐิติ กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ นำโดยนาย ณรงค์ รักร้อย ผวจ.สมุทรสาคร ได้มีคำสั่ง (ด่วนที่สุด) ระบุวันที่ 23 ม.ค.2566 ว่าด้วยเรื่อง..การกำชับมาตรการป้องกันการเกิดสาธารณภัยและอุบัติภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย โดยระบุอ้างถึง ด่วนที่สุด “ที่ สค. (กปภจ.)” 0021/ว254 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 , และ 2. หนังสือกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร ด่วนที่สุด ที่สค. (กปภจ) ฯลฯ
โดย หน.ปภ.จังหวัดสมุทรสาคร รายงานด้วยว่า ด้วยเหตุนี้จึงสั่งให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อถือปฏิบัติ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (พ.ศ.2564 -2570) ในหลังการปฏิบัติ อาทิเช่น แผนเผชิญเหตุภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตรายจังหวัดฯ
อีกทั้งให้เน้นย้ำดำเนินในมาตรการ ดังนี้ 1. ให้ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ หมั่นตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยของอู่เรือ, ท่าเทียบเรือ, สถานที่เก็บ และการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย โดยเฉพาะน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุไวไฟ อย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอตามกฎหมาย เป็นต้น 2. ให้พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ, เจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ ออกตรวจตราท่าเทียบเรือ สถานที่เก็บ และยานพาหนะบรรทุกสารเคมีวัตถุอันตราย โดยเฉพาะวัตถุไวไฟฯ 3. ให้ทุก อปท. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ และตามกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแต่ละประเภท แสวงความร่วมมือกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอู่เรือ ท่าเทียบเรือ การเก็บ ใช้หรือขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายทั้งทางบกและทางน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนในการป้องกันและระงับสาธารณภัยและอุบัติภัยโดยเฉพาะวัตถุไวไฟ โดยอาจตั้งงบประมาณขององค์กรส่วนท้องถิ่นเอง หรือร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายฯ เป็นต้น ตลอดจนจัดให้มีการฝึกซ้อมแผนดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น
รวมถึง 4. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน กำชับสถานประกอบการฝึกอบรมให้ความรู้ และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน ให้แก่ลูกจ้างอู่เรือ, ท่าเทียบเรือ, สถานที่เก็บใช้ หรือขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย ในท้องถิ่นทั้ง 3 อำเภอต่อไป ตามบัญชีที่มีแนบในท้ายคำสั่ง จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร