ตร.ส่งสำนวนฟ้องเอาผิด 16 แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น นัดฟังผลสั่งฟ้อง 22 เม.ย.หลังผู้ต้องหารายงานตัวไม่ครบ

ภูมิภาค19 เม.ย. 2564 • 20:18 น.
ตร.ส่งสำนวนฟ้องเอาผิด 16 แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น  นัดฟังผลสั่งฟ้อง 22 เม.ย.หลังผู้ต้องหารายงานตัวไม่ครบ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 เม.ย.2564 ที่สำนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น นำสำนวนการสอบสวนเอาผิดแกนนำกลุ่มคณะราษฎรขอนแก่น หลังการสอบสวนแล้วเสร็จนำส่งให้กับพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น หลังได้มีการเรียกตัวแกนนำทั้ง 16 คนเข้ารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ไปแล้วเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางการวางกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งกำลัง อส.โดยรอบสำนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น เพื่อความปลอดภัยและป้องกันกลุ่มมือที่สามที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ใดๆได้ ทั้งนี้เมื่อถึงเวลานัดหมาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแกน ได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานอัยการ ขณะที่ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมีนายเสฐียรพงศ์ ล้อศิริรักษ์ ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้นำกลุ่มแกนนำที่เดินทางมรายงานตัวในวันนี้ทั้งหมด 12 คนจากทั้งหมด 16 คน ประกอบด้วย นายชัยธวัช นามมะเริง,นายนิติกร ค้ำชู,นายกรชนก แสนประเสริฐ, นายธนศักดิ์ โพธิเตมีย์,นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์,นายศรายุทธ นาคมณี,นายเชษฐา กลิ่นดี,นายศิวกร นามนวด,นายเจตน์สฤษดิ์ นามโคตร,นายอิศเรษฐ์ เจริญคง และ,น.ส.วิศัลยา งามนา โดยมีเพียงนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่,นายวีรภัทร ศิริสุนทร,น.ส.จตุพร แซ่อึง และ นายพชร สารธิยากุล ไม่ได้เดินทางมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการตามการส่งสำนวนฟ้องเท่านั้น นายเสฐียรพงศ์ ล้อศิริรักษ์ ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การส่งสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กับอัยการในครั้งนี้ ตำรวจได้ตั้งข้อหาทั้ง 16 คนประกอบด้วย ความผิด พรบ.ธงชาติไทย จากการชุมนุมและปลดธงชาติ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2564 ,รวมทั้งการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินและโรคระบาด จากการชุมนุมที่ หน้า สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 และการชุมนุมที่ หน้า สภ.ย่อยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2564 ซึ่งทุกคนนั้นปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะเราชุมนุมกันตามสิทธิและหน้าที่ และในวันนี้เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่ทุกคนปฎบัติตามกรอบของกฎหมายและต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยผู้ที่ไม่ได้เดินทางมารายงานตัวนั้น 1 คนอยู่ในระหว่างการบรรพชาอุปสมบท, 1 คน ติดคดีความที่ศาลอาญาและอีก 2 คนกักตัว 14 วัน เนื่องจากจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น “นอกจากการที่ทุกคนจะเข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการตามที่ตำรวจได้สรุปสำนวนส่งฟ้องแล้ว ในชั้นอัยการจะมีการขอยื่นเอกสารคำให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เพื่อให้ท่านอัยการนั้นได้พิจารณาสำนวนตามที่ตำรวจทำมา ซึ่งเอกสารคำให้การดังกล่าวอาจจะชี้มูลไปถึงการไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดก็เป็นไปได้” นายเสถียรพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า พนักงานอัยการได้นัดผู้ต้องหาทั้ง 16 คนมารายงานตัวและรับฟังคำสั่งในวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งก็จะเป็นไปตามห้วงเวลา 30 วัน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา ดังนั้นในระยะนี้ทีมทนายความจะเร่งส่งคำให้การและส่งเอกสารต่างๆให้กับพนักงานอัยการ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป