เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูฯ เรียกร้องคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษา-ร่วมศธ.ต้านโควิด-19

ภูมิภาค19 มี.ค. 2563 • 09:37 น.
เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูฯ เรียกร้องคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษา-ร่วมศธ.ต้านโควิด-19
เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย รวมพลังครูเรียกร้องคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษา และ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการต้านโควิด-19 วันที่ 19 มี.ค. 63 ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวิสัย เขตสกุล เลขาธิการ ส.ค.ท. เปิดเผยว่า ตนได้ไปประชุมร่วมกับองค์กรวิชาชีพครูและเครือข่ายฯ ที่ห้องประชุมสำนักงาน สกสค.เชียงใหม่ ซึ่งมีสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) สหพันธ์ครูภาคเหนือ ชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชมรมครูภาคกลาง สมาพันธ์ครูภาคใต้ สมาคมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ชมรมข้าราชการบำเหน็จบำนาญแห่งประเทศไทย ชมรมเครือข่ายพิทักษ์กองทุน ช.พ.ค. ชมรมศึกษานิเทศก์ สพฐ.แห่งประเทศไทย ชมรมบุคลากร 38 ค (2) สพฐ.แห่งประเทศไทย และชมรมเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กแห่งประเทศไทย และมติที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันว่า มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบ (ร่าง) พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/60 เรื่อง การปฎิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ....ฉบับ ของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร กรณีหากมีข้อสังเกตในเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้ จะเสนอให้มีการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการวาระที่ 2 ขั้นแปรญัตติในสภาผู้แทน โดยมีผู้แทนที่เข้าประชุมครั้งนี้เป็นคณะกรรมาธิการ และมอบหมายให้องค์กรเครือข่ายทุกระดับ ผู้นำครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งในประจำการและนอกประจำการ นำร่างกฎหมายฉบับนี้ไปขอรับการสนับสนุนจาก ส.ส./ส.ว.ทุกคน ให้ครอบคลุมทุกเขตเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัด โดยก่อนวันที่ 22 พ.ค.63 ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ มติการประชุมครั้งนี้เป็นการรวมพลังของผู้นำครูทุกองค์กร ได้ร่วมกับผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติคือ ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร และรองประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เป็นการแสวงหาทางออกของปัญหาการศึกษาของชาติร่วมกันอย่างแท้จริงในแนวทางสันติวิธี มิได้มีการครอบงำหรือเป็นเรื่องทางการเมือง เป้าหมายหลักร่วมกันคือ “คืนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษา” เพื่อเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบความโปร่งใสตามกฎหมายและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลสากลอย่างแท้จริง เลขาธิการ ส.ค.ท.กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยและความห่วงใยในชีวิตของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทางสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) และองค์กรเครือข่ายทุกองค์กรฯ ขอประกาศแถลงการณ์เพื่อร่วมกับภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมือง นิสิต นักศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และทุกภาคีเครือข่ายฯ ให้มีมาตรการดังนี้ 1. สนับสนุนประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สถานศึกษาในสังกัดและกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ 2. หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัส หรืออยู่ใกล้ชิดสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วยหรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี 3. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น 4. ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายด้วยการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ 5. กำชับและดูแลลูกหลานงดใช้บริการร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต และเข้าดูหนังที่โรงภาพยนตร์ 6. ถ้าหากมีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมแจ้งประวัติการเจ็บป่วย 7. ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจในตัวครูที่มีความรักเมตตาต่อลูกศิษย์ที่จะร่วมกันฝ่าวิกฤตโรคนี้ไปได้อย่างปลอดภัย โดยให้ความร่วมมือช่วยดูแลร่วมกันในช่วงปิดภาคเรียนนี้. น.ส.เพียงฤทัย เกียรติชนนาวี / ศรีสะเกษ