นายกสมาคมคนรักเล จ.กระบี่ นำทีม ปลูกหญ้าทะเล เรียกความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเล ให้กลับคืนมา

ภูมิภาค25 มิ.ย. 2562 • 18:19 น.
นายกสมาคมคนรักเล จ.กระบี่ นำทีม ปลูกหญ้าทะเล เรียกความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเล ให้กลับคืนมา
ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เป็นเกาะที่อยู่ในทะเล ฝั่งอันดามัน ค่อนข้างที่จะมีความสมบูรณ์ ทางธรรมชาติ ทางทะเล ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ จะมีอาชีพเป็นชาวประมงชายฝั่ง ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน จะมีกิจการ การท่องเที่ยว แซกซึมเข้าไปบ้าง แต่ชาวบ้านที่นี้ เขายังไม่ทิ้งอาชีพประมง พื้นบ้าน หรือ ประมงชายฝั่ง ซึ่งเป็นอาชีพดั่งเดิมของพวกเขา ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เท่ากับว่า ทะเลคือชีวิตของเขา มาถึงวันนี้ ปริมาณคน ในพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกวัน และสิ่งที่สำคัญ ปัจจัยหลักของการท่องเที่ยว คืออาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ถูกจับขึ้นมาบริโภคมากขึ้นทุกวัน จนแทบจะขยายพันไม่ทัน ซึ่งคนส่วนใหญ่หวังที่จะจับสัตว์น้ำให้ได้มากเท่าไหรยิ่งดี โดยไม่ได้คำนึงว่า จะหาวิธีการอย่างไรให้ปริมาณสัตว์น้ำได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น อย่างที่คนตำบลเกาะศรีบอยา เขากำลังทำกันอยู่ นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเล จ.กระบี่ เล่าว่า ทางสมาคมคนรักเล จ.กระบี่ ร่วมกับมูลนิธิกระบี่ยั่งยืน นักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะจำ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ และภาคีเครือข่าย จำนวนกว่า 100 คน ร่วมทำกิจกรรมปลูกหญ้าทะเล จำนวน 2,000 กว่า ต้น ใช้พื้นที่ปลูกประมาณ 1 ไร่เศษ ที่บริเวณชายหาดเกาะจำ หมู่ที่ 3 บ้านเกาะจำ ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ จุดประสงค์ก็ เพื่อที่จะทำการฟื้นฟู อนุรักษ์หญ้าทะเล ให้มีความอุดมสมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเล เป็นที่อยู่อาศัย และการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำรวมทั้งเป็นแหล่งอาหารอีกด้วย ซึ่งการทำกิจกรรมปลูกหญ้าทะเลในพื้นที่ชายหาดเกาะจำ ด้วยวิธีการแยกกอ นำร่องปลูก เพื่อต้องการขยายพื้นที่หญ้าทะเลที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติให้เพิ่ม หรือ ขยายพื้นที่ให้มีความสมบูรณ์และหลากหลาย ในอนาคตจะขยายให้เต็มพื้นที่ของเกาะ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลทุกชนิด โดยเฉพาะปลาพะยูน ปัจจุบันพบว่าพื้นที่ ที่มีหญ้าทะเลขึ้นหนาแน่น จะมีสัตว์ทะเลเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านใน ชุมชนมีรายได้จากการประกอบอาชีพประมง โดยไม่ต้องออกไปหาในพื้นที่ทะเลที่อยู่ห่างชายฝั่ง นายอาหลี ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า นอกเหนือจากผลที่ได้รับโดยตรงจากทะเลแล้ว ตำบลเกาะศรีบอยา ยังส่งเสริมให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่มีการบริหารจัดการแบบพึ่งพาตนเอง สร้างประโยชน์ต่อชุมชน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพันธุ์สัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการให้คนในชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืน หญ้าทะเลเป็นอาหารของพะยูน เป็นบ้านแหล่งสะสมอาหาร ของสัตว์ทะเลทุกชนิด เราได้พบฝูงพะยูน อาศัยอยู่ ในบริเวรใกล้เคียงกับหญ้าทะเล พบว่ามีอยู่ประมาณ 12 ตัว เมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันคาดว่าน่าจะมีการขยายพันธุ์ของพะยูนเพิ่มขึ้น หญ้าทะเล นอกจากเป็นแหล่งอาหารของปลาพะยูน ยังเป็นเหมือนบ้าน และแหล่งอาหารของสัตว์น้ำทะเลทุกชนิด มาอยู่อาศัย นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าเป็นแหล่งฟักไข่ตัวอ่อนของปลิงทะเลได้เป็นอย่างดี จากเดิมที่ปลิงทะเลในพื้นที่ เกือบจะสูญพันธ์ หลังจากที่หญ้าทะเลกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ก็พบจำนวนปลิงทะเลมีมากขึ้น ทั้งในพื้นที่บ้านเกาะปู และใกล้เคียง โดยตัวเต็มวัย สมารถจับขายได้ ตัวละประมาณ 100 บาท และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นอกจากนั้นจะสังเกตุได้ว่า จะเพิ่มปริมาณของหอยชักตีนได้อย่างรวดเร็ว เพราะหอยชักตีน เป็นเมนูยอดฮิด ของจังหวัดกระบี่ และการเติมโตของหอยชักตีน จะไม่ทันกับจำนวนผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้น คนตำบลเกาะศรีบอยาแห่งนี้ เขาได้ทำกิจกรรม โดยไม่ได้หวังให้ธรรมชาติช่วยเหลือเขาเพียงอย่างเดียว แต่เขาช่วยสร้างธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ อย่างยั่งยืน และธรรมชาติจะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้น